ฟุตบอลไทย

“กล้าปีนเกลียว” วันกล้า ขวัญแก้ว : เกมอัปยศที่เวียดนาม ไม่มีใครผิดไม่มีใครถูก

ในค่ำคืนที่ทั้งไทยและอินโดนีเซียไม่อยากจะเป็นผู้ชนะในศึก ไทเกอร์ คัพ ปี 1998 ... มันเป็นเพราะอะไรกันแน่เกมนี้จึงถูกเรียกว่า "เกมอัปยศ"

We are part of The Trust Project What is it?

30 ชั่วโมงก่อนที่เกมการแข่งขันฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2018 รอบแบ่งกลุ่ม สายบี ระหว่าง ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติอินโดนีเซีย จะเริ่มคิกออฟขึ้น ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ผมกำลังคิดว่าจะเขียนอะไรดีสำหรับเป็นคอนเทนต์ผลิตงานเกี่ยวกับฟุตบอลนัดนี้

เมื่อพูดถึงการดวลแข้งระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย เรื่องแรกที่ผุดคิดมาในหัวก็คือ “แมตช์อัปยศไทเกอร์คัพ1988” มีเรื่องราวมากมายที่อยากรู้ อยากจะนำออกมาเสมอให้แฟนบอลได้รับทราบ แต่ไม่ได้ลงมือทำเสียที อาจจะเป็นเพราะความกลัว หรือเหตุผลอะไรก็ตาม วันนี้กำแพงที่ถูกขวางกั้นมันถูกพังทลายลงแล้ว

และนี่ก็คือเรื่องราวของเกมการแข่งขันของทีมชาติไทยที่ถูกตราหน้าว่าเป็น “แมตช์อัปยศ” ที่สุดของวงการฟุตบอลไทย

โฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย ไล่รายชื่อผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นทั้งหมด เพื่อค้นหาว่า มีใครบ้าง และใครที่พอจะเล่าเรื่องราวในวันนั้นได้ และจากรายชื่อที่เราลิสต์ไว้เกือบ 30 ชีวิต ในที่สุดก็เจอคนที่พอจะปริปากเล่าเหตุการณ์ดังกล่าวเพื่อไขปริศนานี้ได้

วันกล้า ขวัญแก้ว อดีตผู้สื่อข่าวสยามกีฬา เจ้าของนามปากกา “กล้า ปีนเกลียว” ที่ปัจจุบันยังคงโลดแล่นในวงการสื่อกีฬาสายฟุตบอลไทย ทั้งจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ คือเป้าหมายแรกและเป้าหมายเดียวของโฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย

30 นาทีในการค้นหาเบอร์โทรเพื่อติดต่อ พี่วันกล้า และอีกกว่า 30 นาทีในการสัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ จนโฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย ได้ข้อมูลมากพอที่จะพาทุกท่านย้อนอดีตกับไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว

 

เวียดนามเปิดประเทศแสดงแสนยานุภาพ

ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน ครั้งที่ 2 “ไทเกอร์คัพ1998” เวียดนามรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ซึ่งถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศ เมื่อนี่คือการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาใหญ่ระดับนานาชาติครั้งแรกของประเทศ นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเวียดนามเมื่อปี พ.ศ.2518

เวียดนาม หมายมั่นปั่นมือจะคว้าแชมป์ให้ได้ แต่สุดท้ายก็แห้ว

หลังจากปิดประเทศไปนานเพื่อฟื้นฟูสภาพบ้านเมืองที่ถูกพิษสงครามเล่นงาน เวียดนามก็ใช้ทัวร์นาเมนต์ดังกล่าวเพื่อแสดงศักยภาพของตัวเองในการจัดการแข่งขันกีฬา แน่นอนไม่ใช่แค่แสดงฝีมือเรื่องการจัดการ แต่ยังรวมไปถึงทีมฟุตบอล ที่เป็นกีฬาความหวังของคนทั้งประเทศ ในการเชิดหน้าชูตาให้เพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เห็น

เวียดนาม ตั้งความหวังถึงการเป็นแชมป์ในการแข่งขันครั้งนั้น พวกเขารู้ดีว่าจะต้องใช้ความได้เปรียบที่มีอยู่อย่างไรในการก้าวไปสู่ความสำเร็จ

 

แชมป์เก่าไปแบบไม่ฟูล

ทีมชาติไทยเดินทางไปแข่งขันในฐานะแชมป์เก่าเมื่อ 2 ปีก่อนที่ประเทศสิงคโปร์ โดยมีเป้าหมายคือการป้องกันแชมป์ และยังถูกยกให้เป็นทีมเต็งหนึ่งของการแข่งขันจากสื่อกีฬาทุกชาติทั่วอาเซียน แม้ว่าจะไม่ใช่ทีมชุดที่ดีที่สุดก็ตาม

นักเตะแกนหลักต่างพากันถอนตัวจากทีมชุดนี้ ไม่ว่าจะเป็น “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง, ธชตวัน(ตะวัน) ศรีปาน, ดุสิต เฉลิมแสน และ ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล ไม่มีชื่อในชุดนี้

“จำไม่ได้ว่ามีปัญหาอะไรกัน” วันกล้า ขวัญแก้ว เริ่มเผยกับโฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย “เหมือนจะเป็นเรื่องโกนหัวอะไรสักอย่างเนี้ยหล่ะ เป็นทัวร์นาเมนต์ก่อนหน้านี้ เออ...หากจำไม่ผิดน่าจะเป็นซีเกมส์ที่อินโด”

“พวกตัวหลักถอนหรือถูกตัดชื่อกันหลายคนเลย ซิโก้ ตะวัน ดุสิต ธวัชชัย ไม่ได้ไปก็มีการดึงแข้งหน้าใหม่กับพวกเก่าๆมาช่วยกันเลย แต่เป้าหมายของทีมชุดนั้นก็ยังคือแชมป์นะ”

18 นักเตะทีมชาติไทยชุดนั้นประกอบไปด้วย กิตติศักดิ์ ระวังป่า, สราวุธ คำบัว, โกวิทย์ ฝอยทอง,ใกลรุ่ง ตรีจักสังข์, โชคทวี พรหมรัตน์, นิเวส ศิริวงศ์, นที ทองสุขแก้ว, สุรชัย จิระศิริโชติ, กฤษดา เพี้ยนดิษฐ์, เสนาะ โล่งสว่าง, อนัน พันแสน, สุนัย ใจดี, สุรชัย จตุภัทรพงษ์, เทิดศักดิ์ ใจมั่น, ชายชาญ เขียวเสน, วรวุธ ศรีมะฆะ, ส่งเสริม มาเพิ่ม และ รณชัย สยมชัย โดยมี “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล ทำหน้าที่เฮดโค้ช สำหรับภารกิจ ป้องกันแชมป์

วิทยา เลาหกุล

 

ต้องเลือกสักทาง

ทีมชาติไทยอยู่ในกลุ่มเอ รวมกับ อินโดนีเซีย, เมียนมาร์ และ ฟิลิปปินส์ ทำการแข่งขันที่โฮจิมินห์ซิตี้ เมืองทางตอนใต้ของเวียดนาม ขณะที่ทางฝั่งเหนือที่ฮานอย มี เวียดนาม(เจ้าภาพ), สิงคโปร์, มาเลเซีย และ ลาว แข่งขันกันในกลุ่มบี

ทีมชาติไทยอออกสตาร์ทนัดแรกด้วยการ เสมอ เมียนมาร์ 1-1 และเกมที่สองเอาชนะ ฟิลิปปินส์ 3-1 มี 4 คะแนนจากสองเกมแรก นัดสุดท้ายต้องวัดกับ อินโดนีเซีย สำหรับการแย่งเป็นที่ 1 ของสาย

“สตาฟโค้ชมีการวางแผนสำหรับรอบต่อไปไว้บางแล้ว และมีการสื่อสารกับผู้จัดการทีมอยู่เสมอ รวมไปถึงถามทุกๆคนในทีมด้วย ตอนแรกเราคิดไว้ว่าเวียดนามจะได้ที่1สายบี นั้นเท่ากับว่า รอบต่อไปเรามีสองทางเลือกระหว่าง เจอเจ้าภาพ หรือย้ายเมืองที่ต้องเดินทางไกล” เจ้าของนามปากกา “กล้า ปีนเกลียว” เผย

“รู้สึกว่าจะมีการพูดคุยในทีมว่าหากต้องเลือก ก็เจอเจ้าภาพดีกว่าต้องเดินทางไกล ถ้าต้องเดินทางถือเป็นเรื่องที่ลำบากเลย เพราะระยะเวลาแค่ 2วันก็จะมีเวลาเตรียมตัวน้อยมากสำหรับเล่นรอบตัดเชือก” วันกล้า ขวัญแก้ว ผู้สื่อมากประสบการณ์สายฟุตบอลไทย เล่าเพิ่มเติม

แต่แล้วทุกอย่างก็ไม่เป็นดังที่คิดไว้ เมื่อผลการแข่งขันนัดสุดท้ายของสายบี 30 สิงหาคม 41 เวียดนาม ยิงได้น้อยกว่า สิงคโปร์  (เวียดนาม ชนะ มาเลเซีย 1-0 , สิงคโปร์ ชนะ ลาว 4-1) นั้นก็ทำให้ สิงคโปร์ จบด้วยตำแหน่งแชมป์กลุ่ม และ เวียดนามจบในอันดับที่ 2

เกมนัดสุดท้ายรอบแรกสายเอ ระหว่าง ไทย กับ อินโดนีเซีย กลายเป็นเกมที่ต้องชิงเหลี่ยมกันทันที เมื่อผู้ชนะจะคว้าแชมป์กลุ่มโดยมีเจ้าภาพเวียดนามเป็นคู่ต่อกร แถมยังต้องย้ายเมืองแข่งขัน จาก โฮจิมินห์ซิตี้ ไปยัง ฮานอย ที่ระยะห่างมากกว่า 1,700 กิโลเมตร แถมมีเวลาเตรียมตัวเพียงแค่ 2 วัน

หากจบด้วยอันดับสอง จะเข้าไปพบกับ สิงคโปร์ โดยปักหลักอยู่ที่เมืองเดิมไม่ต้องเดินทางไกล โดยเป็นคู่แข่งที่จะต้องเจอปัญหาเรื่องการเดินทางแทน เท่ากับว่าได้จะเปรียบค่อนข้างมาก

หากเป็น คุณ จะเลือก ?

“พอเวียดนามเข้าที่สองของอีกสายทุกอย่างก็จบ ทุกคนในทีมรู้ดีกว่าต้องเลือกทางไหน” วันกล้า ขวัญแก้ว เล่าสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนเกมการแข่งขันนัดที่เป็นบาดแผลของวงการฟุตบอลไทย “มีการพูดคุยกันของทุกคนในทีม ทั้งนักเตะ โค้ช และผู้ใหญ่ที่เดินทางไปด้วยทีม ว่าผลเสมอคือสิ่งที่ดีที่สุดของเรา”

“ในมุมคนทำทีมหรือคนที่อยู่ในทีมก็ต้องเลือกทางนี้ ที่บอกว่าเราหลบเจ้าภาพนั้นไม่ใช่ เลี่ยงการเดินทางไกลต่างหาก”

“ถ้าไทยคว้าแชมป์กลุ่มเราต้องเดินทางไกล แม้ว่าจะเดินทางด้วยเครื่องบิน แต่การจัดการของเวียดนามในตอนนั้นยังไม่ค่อยดี อย่าลืมว่าประเทศเพิ่งเปิด ไม่ได้สะดวกสะบายเหมือนทุกวันนี้ ไหนช่วงเดินทางจะเป็นวันชาติของพวกเขาอีก ลี่ยงได้จะดีกว่า”

ผลเสมอคือสิ่งที่ทีมชาติไทยต้องการมากที่สุด เพราะหากแพ้ก็ยังมีโอกาสตกรอบแรกหากเวียดนามชนะ ฟิลิปปินส์ด้วยสกอร์ขาด และหากชนะทุกคนรู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้น

สุดท้าย สิงคโปร์ คว้าแชมป์ไปครอง

หน้าต่อไป... "ไม่ใช่แค่ทีมชาติไทยที่คิดเช่นนั้น อินโดนีเซีย ก็มีความคิดไม่ต่างไปจากไทย แถมพวกเขาเจ้าเล่ห์กว่า ถึงขนาดต้องการเป็นผู้แพ้ในเกมนี้ด้วย"