พรีวิว โตโยต้า ไทยลีก บุรีรัมย์ฯ vs เมืองทองฯ : แค้นนี้ต้องชำระ

โตโยต้า ไทยลีก นัดที่ 8 / วันจันทร์ที่ 3 เมษายน / เวลา 19.00 น. / สนามไอ-โมบาย สเตเดี้ยม

ก่อนเกม

แม้จะออกสตาร์ทสะดุดเล็กน้อยด้วยเปิดบ้านไล่ตีเสมอ ชลบุรี เอฟซี 2-2 แต่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็กลับมาเก็บชัยได้ 4 นัดติดต่อกันได้อย่างน่าประทับใจ ซัดประตูใส่คู่ต่อสู้ไปกว่า 13 ตุง และเสียไปแค่ 2 ลูกเท่านั้น ทว่ากลับมาเสียท่าอีกหนก่อนพักเบรคทีมชาติ ด้วยการบุกไปเสมอ การท่าเรือ เอฟซี 0-0 แบบแทบจะพับสนามบุก แต่ก็ไม่สามารถเจาะทำประตูได้ รั้งอันดับ 3 ของตาราง ด้วยคะแนน 14 แต้ม

ด้านทีมเยือน เมืองทอง ยูไนเต็ด ยังคงฟอร์มแรงไม่มีตก ด้วยการเป็นทีมเดียวที่ออกสตาร์ทด้วยการเก็บชัยได้ 6 นัดรวด ยิงประตูใส่คู่ต่อสู้ได้ถึง 14 ลูก และที่สุดยอดยิ่งกว่านั้นคือ ยังไม่เสียประตูให้ใครเลยแม้แต่ครั้งเดียว นอกจากนี้ ผลงานในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ดุดันไม่แพ้กัน ชนะ 1 เสมอ 2 รั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงกลุ่มอี ตามหลังอันดับ 1 อย่าง คาชิม่า อันท์เลอร์ส เพียงแต้มเดียวเท่านั้น

ข่าวข้างสนาม

ขุนพล “ปราสาทสายฟ้า” ของ รานโก โพโพวิช กุนซือชาวเซิร์บ มีนักเตะได้รับบาดเจ็บเพียงคนเดียวเท่านั้นคือ สุภโชค สารชาติ นอกเหนือจากนี้ก็ฟิตสมบูรณ์พร้อมลงสนามทุกตำแหน่ง ส่วน โรเจอริโอ คูตินโญ่ เพลย์เมคเกอร์ตัวจี๊ด อาจต้องรอประเดิมสนามในศึกไทยลีกเป็นนัดแรก โดยคู่กองหน้าน่าจะยังเป็น ดิโอโก หลุยส์ ซานโต กับ ชาช่า โคเอลโญ่

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม ผู้รักษาประตู : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน, พรรษา เหมวิบูล, โซลวี ออตเตเซน, ชิติพัทธ์ แทนกลาง กองกลาง : ศุภชัย ใจเด็ด, นฤพน พุฒซ้อน,โก ซุลกิ, บดินทร์ ผาลา, จักรพันธ์ แก้วพรม กองหน้า : ดิโอโก หลุยส์ ซานโต, แจ็คสัน อเวลิโน โคเอลโญ

ทัพ “กิเลนผยอง” ของ “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน แม้จะไม่มีนักเตะได้รับบาดเจ็บ แต่ก็มีบรรดาแข้งที่ถูกเรียกตัวไปติดทีมชาติถึง 10 คน ซึ่งตัวเขาเองยอมรับว่าอาจมีปัญหาเรื่องอาการเหนื่อยล้า แต่ก็ยืนยันหนักแน่นว่าไม่ใช่ข้ออ้าง และจะให้ระบบการเล่นเข้าสู้อย่างสุดความสามารถ แต่เชื่อว่าจะส่งนักเตะตัวหลักลงเล่นแบบเต็มกำลังรบอย่างแน่นอน

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด: ผู้รักษาประตู กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ กองหลัง ทริสตอง โด, นาโออากิ อาโอยามะ, อดิศร พรหมรักษ์, ธีราทร บุญมาทัน กองกลาง ฮี โฮ, วัฒนา พลายนุ่ม, ชนาธิป สรงกระสินธ์, กองหน้า อดิศักดิ์ ไกรษร, ธีรศิลป์ แดงดา, ซิสโก ฆิเมเนซ

คีย์แมน: โรเจอริโอ คูตินโญ่ vs ซิสโก้ ฆิเมเนซ

หลังจากฉายแววโหดในช่วงปรี-ซีซั่น และบาดเจ็บยาว ตอนนี้เขาพร้อมแล้วที่จะลงสนามวาดลวดลายในลีกฟุตบอลแดนสยาม

โรเจอริโอ คูตินโญ่ อดีตแข้งต่างชาติยอดเยี่ยมของเอเอฟซี เมื่อปี 2012 เคยเจอกับ “กิเลนผยอง” มาแล้วเมื่อปี 2011 ในศึกเอเอฟซี คัพ และเป็นผู้ทำประตูชัยพาทีมเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย...หลังจากไม่ได้สัมผัสสนามเลยจาก 6 นัดในลีกที่ผ่านมา ไม่แน่ว่าการกลับมาครั้งนี้ อาจทำประตูใส่ทีมคู่แค้นของ “ปราสาทสายฟ้า” อีกครั้งก็เป็นได้

กองหน้าเลือดกระทิงดุ กลายเป็นคีย์แมนหลักของทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ ปล่อยตัว เคลตัน ซิลวา ออกจากทีม

ซิสโก ฆิเมเนซ ออกสตาร์ทฤดูกาลใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยมไล่ตั้งแต่ฟุตบอลถ้วย ไทยแลนด์แชมป์เปี้ยนชิพ ที่ถล่มเอาชนะ สุโขทัย รวมไปถึง เกมไทยลีกนัดเปิดตัวที่โชว์ฟอร์มสุดร้อนแรงซัดสองประตูพา เมืองทอง บุกไปถล่ม บางกอกกล๊าส ต่อเนื่องด้วยการซัดประตูชัยให้ทีมเอาชนะแชมป์เจลีกอย่าง คาชิม่า อันท์เลอร์ส ไป 2-1 น่าติดตามว่าเขาจะทำประตูแรกของตัวเองในศึกสยาม คลาสสิค นัดแรกของฤดูกาลนี้ได้หรือไม่

สถิติที่น่าสนใจ

  • ทั้งสองทีมพบกันรวมทั้งหมด 23 นัดจากทุกรายเป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มีสถิติเหนือกว่า แบ่งเป็นชนะ 11 นัด เสมอ 9 นัด และ แพ้ เมืองทอง ยูไนเต็ด 3 นัด

  • บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์โตโยต้า ไทยลีก มาแล้ว 4 สมัย (2011,2013,2014,2015) ส่วน เมืองทอง ยูไนเต็ด 4 สมัย (2009,2010,2012,2016) เท่ากัน

  • บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เมืองทอง ยูไนเต็ด เป็นเพียง 2 ทีมที่เคยคว้าแชมป์โตโยต้า ไทยลีก แบบไร้พ่าย โดยปราสาทสายฟ้าทำได้ 2 สมัย (2013/2015) ส่วนกิเลนผยอง 1 สมัย (2012)

  • แม้จะทำประตูใส่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้แล้วในศึกช้าง เอฟเอ คัพ ฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ ธีรศิลป์ แดงดา ในฐานะดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ เมืองทอง ยังไม่เคยยิงประตู “ปราสาทสายฟ้า” ในโตโยต้า ไทยลีก ได้ตลอดการพบกันที่ผ่านมาเลย

  • จักรพันธ์ แก้วพรม , อดิศักดิ์ ไกรษร และ ธีราทร บุญมาทัน เป็น 3 ผู้เล่นปัจจุบัน ที่เคยค้าแข้งให้ทั้ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เมืองทอง ยูไนเต็ด