สามหนุ่มสามมุม : ใครเหมาะสมที่สุดกับตำแหน่งกลางรับของ "สิงโตคำราม"?

รอย ฮอดจ์สัน มีตัวเลือกมากมาย แต่หนึ่งในนั้นต้องไม่ใช่แจ็ค วิลเชียร์แน่ๆ และนี่คืออีก 3 นักเตะที่มีโอกาสจะได้ลงพิสูจน์ฝีเท้าในเกมอุ่นเครื่องช่วงนี้

กุนซือทีม "สิงโตคำราม" อย่างฮอดจ์สัน อยู่ในจุดที่ต้องเตรียมรับมือกับศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโร 2016 ซึ่งรอเขาอยู่ในช่วงซัมเมอร์ที่ประเทศฝรั่งเศส
 
ทีมชาติอังกฤษของเขาผ่านเข้ารอบด้วยสถิติสมบูรณ์แบบ 100% แต่ยังคงมีคำถามเกิดขึ้นเกี่ยวกับแทบจะทุกตำแหน่งในทีม
 
บางทีอาจมีเพียงโจ ฮาร์ท และคริส สมอลลิ่งที่การันตีตำแหน่งตัวจริงในเกมเปิดหัว แต่ทุกพื้นที่นอกเหนือจากนั้น ต้องมีการแข่งขันแย่งตำแหน่งเกิดขึ้นแน่นอน

จะทำอย่างไรเมื่อไร้วิลเชียร์?

ในความเป็นจริงแล้ว ทีมชาติอังกฤษไม่เคยแน่ใจเลยว่าพวกเขาต้องการอะไรจากตำแหน่งดังกล่าว

หนึ่งในสถานการณ์ที่น่าสนใจคือบทบาทกองกลางตัวรับ นี่เป็นตำแหน่งที่ทีมผู้ดีดิ้นรนหาคนที่ใช่มาตลอดทศวรรษ ว่าจะเลือกระหว่างนักเตะที่ฉลาดปราดเปรื่องในพิมพ์เดียวกับโอเว่น ฮากรีฟส์ และไมเคิล คาร์ริค ซึ่งถูกมองข้ามอยู่บ่อยครั้ง หรือจะหันไปหาตัวเลือกที่ปิดทองหลังพระอย่าง สก็อตต์ ปาร์คเกอร์ และ แกเร็ธ แบร์รี่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ทีมชาติอังกฤษไม่เคยแน่ใจเลยว่าพวกเขาต้องการอะไรจากตำแหน่งดังกล่าว
 
และความสับสนที่ว่ามาก็อาจจะเกิดขึ้นซ้ำรอยในช่วงนี้ เมื่อนักเตะคนโปรดที่ฮอดจ์สันเลือกใช้ตลอดในรอบคัดเลือกคือ แจ็ค วิลเชียร์ ของอาร์เซนอลต้องปรับตัวเข้าหาตำแหน่งที่ไม่คุ้นเคยในแผนกองกลางสามคน

แน่นอนว่านักเตะจอมเทคนิคมักจะทำได้ดีเมื่อเจอกับคู่ต่อสู้ที่อ่อนแอมากกว่าทีมที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่วินัยในตำแหน่งของวิลเชียร์นั้นน่าประทับใจอย่างยิ่ง เขาโชว์ฟอร์มโดดเด่นในเกมที่บุกชนะสโลเวเนีย 3-2 เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีก่อน ซัดคนเดียวถึงสองประตู แต่โชคร้ายที่นั่นเป็นเกมทางการนัดสุดท้ายของเขาทั้งกับสโมสรและทีมชาติ และเขาก็ไม่ใช่ตัวเลือกที่เป็นไปได้ในฝรั่งเศสอีกต่อไป

คิดไม่ออกบอกไดเออร์

ไดเออร์จะทำให้เกมรับทรงประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และการที่เป็นจอมเข้าปะทะ ทำให้เขาจำเป็นต้องระวังในเรื่องของวินัย

ตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดตอนนี้คงหนีไม่พ้นเอริค ไดเออร์ ที่ถึงแม้จะเพิ่มสวมบทตัวโฮลด์บอลได้ไม่นาน แต่ก็เปรียบเสมือนขั้วตรงข้ามของวิลเชียร์ที่มักจะเคลื่อนที่ขึ้นสูงมากกว่าจะถอยลงต่ำ
 
ไดเออร์เป็นนักเตะชนิดที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เป็นกองกลางที่เน้นรับแบบเพียวๆ มากกว่าเป็นเพลย์เมคเกอร์ตัวต่ำที่สามารถจ่ายบอลอย่างเฉียบคม ทะลุทะลวงทำเกมรุกได้
 
นั่นอาจเหมาะกับทีมชาติอังกฤษมากกว่าสำหรับการต่อการกับคู่ต่อสู้ที่มาตรฐานสูง แต่มันจะเปลี่ยนความรู้สึกในแดนกลางไปโดยสิ้นเชิง
 
หมายความว่าทีม "สิงโตคำราม" จะต้องให้มิดฟิลด์คนอื่นจ่ายบอลเยอะขึ้น มากกว่าการยืนคุมตำแหน่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำตอนวิลเชียร์ปักหลักยืนเป็นฐาน 4 เหลี่ยมรูปเพชรและคอยเชื่อมเกมจากรับเป็นรุก

Eric Dier

เกมรับอันดีเยี่ยมของไดเออร์ ทำให้เขาได้รับการชื่นชมมากมาย

ไดเออร์จะทำให้เกมรับทรงประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และการที่เป็นจอมเข้าปะทะ ทำให้เขาจำเป็นต้องระวังในเรื่องของวินัย ซีซั่นนี้สะสมใบเหลืองไปแล้วถึง 9 ใบ และโชคดีเล็กๆที่ไม่เคยได้รับเหลืองที่จากจังหวะล่อแหลมถึงสองครั้ง เห็นได้ชัดจากในเกมลอนดอนดาร์บี้แมตช์กับอาร์เซนอล
 
สำหรับทัวร์นาเมนต์ที่ผู้ตัดสินเข้มงวดมากกว่าในพรีเมียร์ลีก และจากกฏที่ว่าใครโดนใบเหลือง 2 นัดจะต้องติดโทษแบน 1 นัด ทำให้เขาจึงจำเป็นต้องระมัดระวังอย่างที่สุด
 
โดยผลงานของเขากับท็อตแน่มในเกมที่ถล่มบอร์นมัธไป 3-0 เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน แสดงให้เห็นถึงแอ็คชั่นในเกมรับมากมายทั่วทั้งสนาม แถมมีความแข็งแกร่งล้นเหลือ และยังผ่านบอลไปยังสองฝั่งสนามได้อย่างน่าไว้วางใจ

Eric Dier

ถึงเวลาของดริงก์วอเตอร์

เพราะเลสเตอร์เป็นทีมที่พาบอลไปข้างหน้าได้รวดเร็วมาก เป็นธรรมดาที่เขาจะไม่คุ้นเคยกับการปรับพฤติกรรมการเล่นที่เขาจำเป็นต้องทำสำหรับทีมชาติอังกฤษ

ส่วนตัวเลือกอื่นๆก็มี แดนนี่ ดริงก์วอเตอร์ ที่กำลังออกลายอย่างเพลิดเพลินในแดนกลางของเลสเตอร์กับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ จนถูกเรียกตัวติดทีมชาติเป็นครั้งแรกแบบไร้ข้อกังขา นั่นทำให้ฮอดจ์สันอาจหยิบยื่นโอกาสให้เขาได้สร้างความประทับใจก็เป็นได้
 
อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอดูว่าเขาจะเป็นตัวเลือกที่ดีหรือไม่ในตำแหน่งตัวโฮลด์บอลสำหรับแผนมิดฟิลด์ 3 คน เพราะกับเลสเตอร์เขาเน้นคุมพื้นที่กว้างๆ เคียงข้างนักเตะชั้นเลิศที่ทำหน้าที่คู่หูแดนกลางด้วยกันในทีมที่มีการจัดระบบระเบียบการยืนเป็นอย่างดี

Jamie Vardy, Danny Drinkwater

ดริงก์วอเตอร์ตบเท้าเข้ารับใช้ชาติร่วมกับเพื่อนร่วมสโมสรอย่างวาร์ดี้

แต่นี่จะเป็นบทบาทที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง และดริงก์วอเตอร์เองก็ไม่น่าได้รับอิสระในการเติมเกมรุกเหมือนที่ทำกับเลสเตอร์เป็นแน่ น่าสนใจเหลือเกินสำหรับการมองไปยังตำแหน่งที่เขาผ่านบอล ซึ่งมักจะเข้าไปยังพื้นที่ทำเกมรุกอยู่เสมอ แม้จะเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรับ เพราะเลสเตอร์เป็นทีมที่พาบอลไปข้างหน้าได้รวดเร็วมาก เป็นธรรมดาที่เขาอาจจะไม่คุ้นเคยกับการปรับพฤติกรรมการเล่นที่เขาจำเป็นต้องทำสำหรับทีมชาติอังกฤษ

Danny Drinkwater

คาร์ริคเจ้าเก่า

ถ้าดริงก์วอเตอร์โชว์ฟอร์มดี เขาต้องถูกเลือกไปเล่นยูโรก่อนคาร์ริคเป็นแน่ แต่ถ้าไม่ ก็ถึงคราวของแข้ง "ปีศาจแดง"

ตัวเลือกสุดท้ายในตำแหน่งนี้ เป็นใครไปไม่ได้เลยนอกเสียจากคนดีคนเดิมอย่างไมเคิล คาร์ริค
 
มันเป็นเรื่องยากเสมอในความคิดของผู้จัดการทีมชาติอังกฤษที่จะจัดหาสถานะที่เข้าท่าที่สุดให้คาร์ริก แต่ก่อนมีการประกาศรายชื่อนักเตะ ฮอดจ์สันคงได้ต่อสายตรงหาแข้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รายนี้แล้ว เพื่ออธิบายว่าทำไมถึงได้ตัดสินใจกาชื่อเขาทิ้งและหนีบดริงก์วอเตอร์ไปแทน
 
สันนิษฐานได้เลยว่าเขาจะให้โอกาสดริงก์วอเตอร์สร้างความประทับใจก่อน แต่ก็รู้ดีถึงความสามาถของคาร์ริคและมันยังคงดังก้องอยู่ในความคิดของเขา
 
ผลงานช่วงสุดสัปดาห์ในเกมดาร์บี้แมตช์กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม คือคาร์ริคจอมคลาสสิคโดยแท้ ออกแอคชั่นเกมรับสวยๆให้เห็น แต่ก็ยังผ่านบอลสวยๆออกไปให้ปีกได้อยู่บ่อยครั้ง

Michael Carrick

มันรู้สึกเหมือนกับว่าฮอดจ์สันจะให้โอกาสไดเออร์ออกสตาร์ทตัวจริงในเกมแรกกับเยอรมัน ก่อนส่งดริงก์วอเตอร์ลงเป็น 11 ตัวจริงในเกมกับฮอลแลนด์สัปดาห์ถัดไป ถ้าดริงก์วอเตอร์โชว์ฟอร์มดี เขาต้องถูกเลือกไปเล่นยูโรก่อนคาร์ริคเป็นแน่ แต่ถ้าไม่ ก็ถึงคราวของแข้ง "ปีศาจแดง"
 
แต่ช้างที่ขวางประตูอยู่สำหรับตำแหน่งนี้คือวิลเชียร์ รายงานล่าสุดเผยว่าฮอดจ์สันจะหนีบวิลเชียร์ติดไปด้วยหากเขาพิสูจน์ตัวเองแล้วว่าฟิตสมบูรณ์ก่อนจบซีซั่น อย่างไรก็ตามตอนนี้มันยากเหลือเกินที่จะจินตนาการว่าเขาสามารถลงสนามต่อเนื่องได้ถึง 7 เกม ในช่วงเวลาแค่เดือนเดียว ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของทีมชาติอังกฤษ เมื่อนำไปรวมกับข้อเท็จจริงว่าเขาได้เปลี่ยนสมดุลในแดนกลางของทีมไปโดยสิ้นเชิง จึงเป็นเรื่องยากเหลือเกินที่เขาจะได้มีส่วนร่วมกับทีม
 
และไดเออร์คือตัวเลือกที่เล่นเกมรับได้ดีที่สุดในบทบาทดังกล่าว ดูเหมือนว่าเขาเป็นทางเลือกอันสมเหตุสมผลที่จะช่วยให้นักเตะตัวรุกทำเกมได้อย่างอิสระมากกว่าเดิม