ยืดอกปกตั้ง : เอริก คันโตน่า ชายผู้เปิดยุคทอง ปีศาจแดง

Eric Cantona

เขาจากฝรั่งเศสมาในฐานะตัวปัญหา , เขาโดนเกลียดชังจากผู้จัดการทีมลีดส์ ยูไนเต็ด , ในวัย 26 ปี คันโตน่า เซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 1.2 ล้านปอนด์ – และจากนั้นเขาก็กลายเป็นตำนาน 

ในช่างบ่ายของวันหนึ่งอันวุ่นวายของเหล่า แมนคูเนียน , มันเป็นเวลาราว 1 เดือนก่อนวันคริสมาสต์ในปี 1992 มีเหล่าบรรดาแฟนบอลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปเข้าแถวรอที่ เมกาสโตร์ หลังจากที่สโมสรประกาศเซ็นสัญญากองหน้าชาวฝรั่งเศส มาจาก ลีดส์ ยูไนเต็ด “อู้ห์ อ้าห์ คันโตน่า”​ คำนี้กลายเป็นเพลงเชียร์ยอดนิยมของเหล่า เร้ดอาร์มี่

ไม่อ่ะ ไม่มีทางเป็นไปได้ มันบ้าไปแล้ว"

- ลี ชาร์ป

หลายคนตื่นเต้นกับการย้ายทีมครั้งนี้ อย่าง แกรี่ พัลลิสเตอร์ ถึงกับตะลึงเมื่อรู้เรื่องนี้จากนักข่าว ที่ให้เขาทายว่า เจ้านายของเขาเพิ่งเซ็นใครเข้ามา

ลี ชาร์ป เองก็ไม่อยากเชื่อเช่นเดียวกัน “ไม่อ่ะ ไม่มีทางเป็นไปได้”​ เขากล่าวหลังจากที่ได้รู้ข่าวนี้ “มันบ้าไปแล้ว” หลังจากนั้นก็มีแฟนบอลเห็นข่าวนี้ พร้อมกับพาดหัวว่า “อู้ห์ อ้าห์ เราได้ตัวคันโตน่า” มันมีความรู้สึกมากมายที่แสดงออกมากับการย้ายทีมในครั้งนี้

ไม่มีใครสงสัยใน พรสวรรค์ ของคันโตน่า เขาคือนักเตะระดับทีมชาติฝรั่งเศส และเป็นส่วนสำคัญให้ ลีดส์ ยูไนเต็ด ปล้นแชมป์จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในฤดูกาลก่อนหน้า . แต่ว่าชื่อเสียงของเขาก็คือเรื่องของการเป็นตัวปัญหาประจำทีมมากกว่า , โฮเวิร์ด วิลกินสัน ไม่ชอบทัศนคติของดาวเตะชาวฝรั่งเศส และมองว่าเขาเป็นพวกขี้เกียจ แม้ว่าจะยิงประตูสวย ๆ ให้กับสโมสรก็ตาม

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับ คันโตน่า ซ้ำแล้วซ้ำแล้วกับทุก ๆ ที่ที่เขาไป

Cantona

คันโตน่า โดนปล่อยตัวให้กับหลายทีมในฝรั่งเศส

แน่นอน เขาเริ่มต้นได้ดีกับ โอแซร์ ในยุคการคุมทัพของ กีย์ รูซ์ , แต่คันโตน่า มีช่วงเวลาที่ยากลำบากกับ มาร์กเซย ก่อนจะจบลงด้วยการโดยปล่อยตัวให้กับ บอร์กโดซ์ และ มงต์เปลลิเยร์ ด้วยการยืมตัว . การเข้าสกัดหนัก ๆ แบบขาดความยั้งคิด , การปาเสื้อทิ้ง , อีกทั้งยังด่า อองรี มิเชล โค้ชทีมชาติฝรั่งเศสออกทีวี และขว้างรองเท้าใส่หน้าของ ฌอง โคล้ด เลมูลต์ เพื่อนร่วมทีม มงต์เปลลิเยร์ นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาโดนมองว่าเป็นตัวปัญหา

ที่ นีมส์ เขาเจอกับปัญหาหนักยิ่งกว่านั้น เขาโดนแบนยาวเป็นเดือนหลังจากปาลูกบอลใส่ผู้ตัดสิน หลังจากนั้นก็เข้าไปชี้หน้าด่าเจ้าหน้าที่ของสมาคมควบคุมความประพฤติของผระเทศฝรั่งเศส แล้วเรียกว่า “ไอ้โง่” นั่นทำให้โทษแบนเขาเพิ่มเป็นเท่าตัว และในวัยเพียงแค่ 25 ปี เขาก็ประกาศรีไทร์

การเข้ามาของ อุลลิเยร์

จากนั้น เชราร์ อุลลิเยร์ ผู้ช่วยโค้ชของทีมชาติฝรั่งเศส ได้เข้ามาช่วยเหลือ คันโตน่า เขาเป็นคนที่แนะให้ คันโตน่า ไปเริ่มต้นใหม่ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งจากนั้นก็อย่างที่เห็นว่า ผลลัพธฺมันออกมาสมบูรณ์แบบ . แต่สำหรับ ไบรอัน ร็อบสัน ยอมรับว่าในตอนแรกนั้นเขามีความเห็นที่แตกต่างออกไป . ผู้เล่นหลายคนถูกชวนให้เชื่อว่าการเซ็น เอริก เข้ามานั้นไม่ใช่การตัดสินใจที่ดีสักเท่าไหร่ จากการชื่อเสียงเก่า ๆ ของเขา กับทุกสโมสรที่เขาเคยอยู่มา”

ในฤดูกาล 1992/93 เอริก คันโตน่า เริ่มต้นในฐานะนักเตะของ ลีดส์ ยูไนเต็ด และก็เล่นได้ดีมาก ๆ , เขาลงเล่นให้กับทีมแชมป์เก่า และกลายเป็นขวัญใตแฟน ๆ . แม้ว่าจะลงเล่นไม่มากนักในฤดูกาลก่อน แต่ว่าเขาก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมได้แชมป์ ซึ่งการซื้อตัวเขาเข้ามาเรียกได้ว่าเป็นการเซ็นสัญญาที่ยอดเยี่ยมของสโมสร

เขาซัดแฮตทริกในเกม แชร์ริตี้ ชิลด์ ที่ชนะลิเวอร์พูล 4-3 และยิง 11 ประตู จากการลงสนาม 20 เกม รวมถึง แฮตทริกใส่ สเปอร์ส และอีกสองประตูในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก

Leeds

คันโตน่า ฉลองการทำประตูร่วมกับ แกรี่ สปีด และ ร็อด วัลเลซ ในแชร์ริตี้ ชิลด์

ปัญหามันมีเพียงอย่างเดียวก็คือ วิลกินสัน ไม่ชอบเขา . “เขาเป็นนักเตะที่เก่ง แต่ว่าเขายังไม่พยายามมากพอ”  เขาติงว่า คันโตน่า ยังขาดในเรื่องของความสม่ำเสมอ และไม่เหมาะกับ ระบบ 4-4-2 ที่ค่อนข้างเคร่งครัดของเขา

ผมมีความสัมพันธ์ที่แย่มากกับ วิลกันสัน เรามีมุมมองในเชิงลูกหนังที่ต่างกัน"

- เอริค คันโตน่า

ความเป็นตัวของตัวเองมักจะทำให้เขามีปัญหากับเจ้านาย “ผมมีความสัมพันธ์ที่แย่มากกับ วิลกันสัน”​ คันโตน่า ยอมรับกับ โฟร์โฟร์ทู “เรามีมุมมองในเชิงลูกหนังที่ต่างกัน” เขาคือหนึ่งในคนที่ต่อต้านแนวทางการซ้อมของ วิลกันสัน ที่เอาแต่เน้นเรื่องความฟิต

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า 4 เดือนแรกของ คันโตน่า ในซีซั่นนั้น คันโตน่า คือทุกสิ่งทุกอย่างของทีม  ในขณะที่ทีมกำลังแย่ ก็เป็นเขาที่คอยช่วยทีมอย฿เสมอ

ข่าวลือการย้ายทีมของ คันโตน่า เริ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ หลังมีการเปิดเผยว่า เขาไม่มีความสุข และหลังจากนั้น การต่อสายตรงอันโด่งดังจนกลายเป็นตำนานระหว่าง มาร์ติน เอ็ดเวิร์ด และ บิล ฟอเธอร์บี้ ผู้บริหารของ ลีดส์ ก็เกิดขึ้น . เดิมทีทีมจาก ยอร์กเชียร์ จะขอซื้อ เดนิส เออร์วิน แต่ว่าโดนปฏิเสธ แต่ว่าหลังจากนั้น เฟอร์กูสัน ก็ให้สัญญาณกับเข้านายตัวเองว่า เขาต้องการตัว เอริก

ที่น่าประหลาดใจก็คือ ฟอเธอร์บี้ บอกว่าจะรับพิจารณา และหลังจากนั้น เขาก็บอกว่า ถ้าได้ค่าตัวราว 1 -1.2 ล้านปอนด์ เขาก็จะขายให้ ซึ่ง เฟอร์กูสัน บอกกับ ผู้ช่วยของเขาและทุกคนที่เกี่ยวข้องว่า ต่อให้คันโตน่า ขาขาด ก็ต้องเอาไอ้หมอนี่มาเข้าทีมให้ได้