11 แข้งอายุเกินหลัก 3 ที่ฟัดแข้ง "ช้างศึก" ปัจจุบันได้แบบไม่เคอะเขิน

วันนี้ทีมชาติไทยภายใต้การคุมทีมของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง มีทรัพยากรในมือที่กำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและครองใจแฟนบอลทั้งประเทศอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ในลีกลุกหนังสูงสุดแดนสยามยังมีผู้เล่นอีกหลายคนที่กำลังโชว์ฟอร์มเยี่ยมแม้ว่าอายุจะเกินหลัก 3 ก็ตาม และหากพวกเขาได้รับโอกาสติดธงไตรรงค์อีกครั้ง แข้ง “แก่แต่เก๋า” เหล่านี้ก็น่าจะทำผลงานได้ไม่น้อยหน้าเด็กพลังหนุ่มทั้งหลาย... FFT TH จะพาผู้อ่านทุกท่านไปดูกันตำแหน่งต่อตำแหน่งว่ามีใครที่พอเข้าข่ายบ้าง

ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน

มือกาววัย 31 ปียืนตระหง่านเฝ้าเสาให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยสถิติอันยอดเยี่ยมและสม่ำเสมอมาตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ซึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาคือเบื้องหลังสำคัญกับ 14 แชมป์รายการในไทยที่ปราสาทสายฟ้ากวาดมาได้รวมไปถึงในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ที่เคยผ่านเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเมื่อปี 2013 และความสำเร็จอันยิ่งใหญ่น่าจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ อย่างไรก็ตามเส้นทางบนเวทีทีมชาติกลับตรงกันข้าม ซึ่งหนสุดท้ายที่เขาได้โอกาสเฝ้าเสาให้ทัพ “ช้างศึก” เกิดขึ้นยุคใน “ซิโก้” เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2014 ในศึก เอเชียน คัพ ที่พ่าย เลบานอน 2-5 แต่ด้วยผลงานที่คงเส้นคงวา เราเชื่อว่านี่คืออีกหนึ่งในสุดยอดนายทวารของประเทศไทย

สุรีย์ สุขะ

อดีตหนึ่งในแบ็คขวาที่ดีที่สุดตลอดกาลของทีมชาติไทยวัย 33 ปี เสมือนกลับมา “แจ้งเกิด” อีกครั้งในฤดูกาลนี้ ด้วยความสารพัดประโยชน์และความเก๋าในตัว เขาช่วย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เล่นได้ทั้งวิงแบ็คฝั่งขวาและเซนเตอร์ฮาล์ฟยามคับขัน ซึ่งก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม แม้จะห่างหายจากสารบบทีมชาติไทยไปนาน แต่เราเชื่อว่า “เปรม” ยังเป็นอะไหล่ชั้นดีที่พร้อมรับใช้ “ทัพช้างศึก” โดยเฉพาะในเกมใหญ่ๆ ที่ต้องอาศัยผู้เล่นแนวรับที่มีประสบการณ์สูง

ชลทิตย์ จันทคาม

ขึ้นชื่อว่า “ชลขาโหด” รับประกันเลยสำหรับลูกบ้าและแรงใจที่ไม่มีหมดในการป้องกันปากประตูของทีม ...ขลทิตย์ จันทคาม วันคลับแมนและเด็กลูกหม้อตัวจริงของ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี เริ่มต้นด้วยการเล่นเป็นศูนย์หน้าในฟุตบอลขาสั้นก่อนจะโดน “เฮงซัง” วิทยา เลาหกุล ปรับตำแหน่งและมาแจ้งเกิดอย่างแท้จริงในตำแหน่งปราการหลัง ช่วยทีมดังจากเมืองชลคว้าแชมป์ไทยลีกสมัยแรกและสมัยเดียวในปี 2007 รวมทั้งเป็นตัวหลักทีมชาติไทยคว้าเหรียญทองซีเกมส์ 2008 และรองแชมป์ เอเอฟเอฟ แชมเปี้ยนชิพ (ซูซุกิ คัพ) ในปีเดียวกัน

ปัจจุบันแม้ว่าจะถูกจับไปเล่นเป็นแบ็คขวาบ่อยครั้ง แต่ ชลทิตย์ จันทคาม ก็ยังทำผลงานได้ดีไม่เปลี่ยน โดดเด่นที่สุดคงเป็นเกมเหย้าที่พวกเขาเปิดบ้านเจอกับ “กิเลนผยอง” เมืองทอง ยูไนเต็ด ในเลกแรก ซึ่งเกมนั้น แนวรับวัย 30 กะรัตเติมเกมรุกได้ร้อนแรงและช่วยให้ทีมเก็บชัยชนะเหนือคู่ปรับดาร์บี้กลาสิโกเมืองไทย 2-1 และด้วยผลงานการลงสนามถึง 26 นัดในซีซั่นนี้แสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวยังฟิตพอพนที่จะเล่นฟุตบอลระดับสูงได้แบบสบายๆ

ปรัชญ์ สมัครราษฎร์

กัปตันทีมแห่งเมืองขุนแผน ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาล 2015 แม้จะเคยมีช่วงชีวิตค้าแข้งที่ดร็อปลงไป และมีอาการบาดเจ็บบ่อยครั้ง แต่วันนี้...อายุที่เข้าหลัก 3 ไม่ได้ทำให้ทักษะการอ่านเกม ดักทางบอล และลูกกลางอากาศที่เป็นจุดเด่นของเขาลดน้อยลงแต่อย่างใด โดยฤดูกาลนี้ลงเล่นไปแล้ว 20 นัด มากกว่าเซนเตอร์ “ช้างศึก” ในทีมเดียวกันอย่าง ประทุม ชูทอง ที่ลงเล่นไปเพียง 15 นัดเท่านั้น นั่นน่าจะแสดงให้เห็นบ้างว่าเขายังมีของดีที่ไม่ยังไม่หมดอายุอยู่บ้าง ทั้งนี้ครั้งสุดท้ายที่ปราการหลัง ซึ่งเพิ่งจะอายุ 30 ปีเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาลงสนามรับใช้ทีมชาติไทยเกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อนในรายการฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ยุคที่ "วินนี" วินฟรีด เชเฟอร์ ยังเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน

เอกลักษณ์ ทองกริด

แนวรับวัย 32 ปีของ “ราชันมังกร” ราชบุรี เอฟซี เป็นอีกหนึ่งในกองหลังที่ทำผลงานได้ดีกับต้นสังกัดในฤดูกาลนี้แม่วาตัวเลขจะขึ้นหลัก 3 แล้วก็ตาม โดยอดีตแข้ง “สิงห์เหนือ” ทีทีเอ็ม พิจิตตร ลงสนามให้กับ ราชบุรี ไปแล้วถึง 25 นัด มากที่สุดเป็นอันดับสามในบรรดาแข้งไทยของสโมสร ...ต้นแบบลูกหนังของ เอกลักษณ์ ทองกริด คือตำนานทีมชาติไทยยุคดรีมทีมในตำแหน่งเดียวกันอย่าง “เดอะ โอ่ง” ดุสิต เฉลิมแสน และแม้ว่า “เอก” จะไม่ได้มีฝีเท้าที่ดีเท่าแต่เขาก็เป็นแบ็คซ้ายที่มีจุดเด่นเรื่องการครองบอลที่เหนียวแน่นและการวางบอลที่แม่นยำ เขาไม่จำเป็นต้องใช้ความเร็วเข้าสู้ แต่ความเก๋าเกมก็ทำให้นี่เป็นหนึ่งในผู้ปิดทองหลังพระของ “ราชันมังกร” ในปีนี้