ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา : บุญเกียรติ วงค์ษาแจ่ม จอมหนึบหน้าใสแห่ง “พลังเพลิง”

หลายคนอาจเคยดูถูกว่าเขาฝีมือของเขาไม่ได้ดีเท่ากับหน้าตา แต่ตอนนี้เขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันไม่ใช่แบบนั้น...

บุญเกียรติ วงค์ษาแจ่ม ผู้รักษาประตูของ พีทีที ระยอง เอฟซี โชว์ฟอร์มได้อย่างเหนียวแน่นหนึบสุดๆ พาต้นสังกัดรั้งอันดับจ่าฝูงก่อนปิดฉากศึกเอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ เลกแรก ได้อย่างสวยงาม...แต่เขาเป็นใครมาจากไหน? ฝีมือและลีลาการเล่นเป็นอย่างไร? ติดตามได้ที่นี่

 

เรื่องเล่า 60 วินาที

 

แข้งวัย 22 ปี เกิดและเติบโตที่จังหวัดลำพูน โดยเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่ 9 ขวบ ตามประสาเด็กผู้ชายทั่วไป แต่ไม่ใช่ผู้รักษาประตู เพราะแน่นนอนว่าไม่มีเด็กคนไหนอยากเล่นตำแหน่งดังกล่าวแน่นอน

 

ช่วงประถมศึกษา “ตี๋” เป็นนักวิ่งประจำโรงเรียนควบคู่กับเล่นฟุตบอลไปด้วย และถือว่ามีความเร็วสูงพอสมควร ซุ่มซ้อมเป็นปี จนโค้ชของโรงเรียนจะส่งไปคัดตัวเข้าโรงเรียนกีฬาลำปาง ทว่าโชคร้ายที่โค้ชจำวันคัดตัวผิด จึงพลาดโอกาสดังกล่าวไปอย่างน่าเสียดาย และนั่นทำให้เขาถึงกับเลิกเอาดีทางด้านกีฬาไปเลย

โชคร้ายที่โค้ชจำวันคัดตัวเข้าโรงเรียนกีฬาลำปางผิด เขาจึงพลาดโอกาสดังกล่าวไปอย่างน่าเสียดาย และนั่นทำให้เขาถึงกับเลิกเอาดีทางด้านกีฬาไปเลย

 

หลังจากนั้น “ตี๋” จึงย้ายไปเรียนที่ โรงเรียนเมธีวุฒิกร “วัดพระธาตุหริภุญชัย” เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน และสถานศึกษาดังกล่าวนั้นค่าเทอมถูกกว่าโรงเรียนดังทั่วทั้งจังหวัด โดยปิดบังความสามารถทางด้านกีฬาของตัวเองเอาไว้ไม่ยอมบอกใคร

 

บรรดารุ่นพี่หลายคนรู้ดีว่าเขาสามารถเล่นได้ทั้งฟุตบอล และฟุตซอล อีกทั้งยังสามารถเป็นผู้รักษาประตู หลังจากเห็นเขาลงแข่งขันตามหมู่บ้าน จึงนำไปบอกอาจารย์ที่โรงเรียน ก่อนไปชักชวน “ตี๋” เข้าทีม แต่เขาก็ยังตีมึนบอกเล่นไม่เป็น เล่นไม่เก่ง อยู่ตลอด

 

เหตุผลที่ต้องรู้จัก

 

ต่อมาในช่วง ม.2 ความลับที่เขาปิดบังไว้ก็จำเป็นต้องถูกเผยออกมา ในวิชาพลศึกษาที่ต้องวิ่งแข่งเพื่อเอาคะแนน “ตี๋” จึงสับฝีเท้าเต็มสปีด ส่งผลให้อาจารย์จับได้คาหนังคาเขากับความสามารถทางด้านกีฬาของเขา

 

และนั่นคือเหตุจำเป็นที่เขาต้องรับหน้าที่นักกีฬาของโรงเรียนไปโดยปริยายทั้งกรีฑาและฟุตบอล โดยจับพลัดจับผลูเริ่มเล่นเป็นนายทวาร เนื่องจากเจ้าของตำแหน่งดังกล่าวบาดเจ็บ และมีเขาเพียงคนเดียวที่พอมีแววกับการเป็นผู้รักษาประตู ก่อนที่จะรู้ตัวว่ามันคือตำแหน่งที่ใช่สำหรับตัวเอง

 

นับตั้งแต่นั้นมา “ตี๋” จึงได้รับทุนการศึกษาเล่าเรียนฟรีมาโดยตลอด และมีช่วงหนึ่งที่สถานศึกษาดังประจำจังหวัด ได้ติดต่อขอมอบทุนให้เขาไปเรียนด้วย แต่เจ้าตัวก็บอกปัดโอกาสนั้นไป และอยู่กับโรงเรียนเมธีวุฒิกร จนจบ ม.6

 

ย้อนไปช่วง ม.5 เขามีโอกาสได้ไปนั่งดู ลำพูน วอริเออร์ ลงแข่งขันศีกดิวิชั่น 2 และเกิดความรู้สึกว่าอยากเล่นอยากอยู่บนสนามบ้าง จึงเริ่มเอาจริงเอาจังกับฟุตบอลนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และได้ไปคัดตัวเข้าอะคาเดมีของ “ราชันโคขาว” ในช่วงที่ “น้าติ๊ก” สมชาติ ยิ้มศิริ ควบคุมดูแลอยู่ และผ่านการทดสอบแบบผ่านฉลุย

 

“ตี๋” ถูกเคี่ยวเข็ญอย่างหนักจาก “น้าติ๊ก” เริ่มจากเล่นฟิตเนสตอนเช้า ต่อด้วยซ้อมการเป็นผู้รักษาประตูหลังเลิกเรียน ก่อนจบ ม.6 จะถูกฝากฝังให้ไปพัฒนาฝีมือกับยอดโค้ชนายทวารของประเทศอย่าง “มหาโต” นิพนธ์ มาลานนท์ และเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม ด้วยโควต้านักกีฬา

 

หลังจากนั้น “มหาโต” เข้ารับงานโค้ชผู้รักษาประตูที่ อาร์มี ยูไนเต็ด และได้หนีบเอาศิษย์รักอย่าง “ตี๋” ไปร่วมซ้อมด้วย และอีก 2 วันให้หลัง ก็ถูกจับเซ็นสัญญานักเตะอาชีพครั้งแรกในชีวิต เป็นเวลา 6 เดือน ก่อนที่จะหมดสัญญาและเคลียร์กันไม่ลงตัว ทำให้เขาต้องย้ายไปอยู่กับ สุพรรณบุรี เอฟซี เมื่อปี 2015

 

แม้ช่วงเวลาของเขากับ “ช้างศึกยุทธหัตถี” จะไม่ได้รับโอกาสลงเล่นมากนัก บวกกับมีอาการบาดเจ็บอย่างหนัก แต่โชคดีที่เมื่อหายกลับมา ก็ได้ร่วมฝึกซ้อม และเรียนรู้หลายๆอย่างจาก สินทวีชัย หทัยรัตนกุล เป็นเวลาครึ่งเลก ก่อนย้ายซบ พีทีที ระยอง ในช่วงเลกสองของฤดูกาลที่ผ่านมา

 

“ตี๋” ได้ลงประเดิมสนามทันทีหลังโยกไปเฝ้าเสาให้ยอดทีมแห่งภาคตะวันออก ต่อเนื่องมาจนถึงฤดูกาลนี้ที่ลงสนามเป็นตัวจริงถึง 16 นัด พลาดไปเกมเดียวคือแมตช์ส่งท้ายเลกแรก ช่วยทีมเสียประตูเพียง 22 ลูก รั้งอันดับจ่าฝูงของตารางคะแนน เอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ อยู่ในตอนนี้

 

จุดแข็ง

 

เนื่องจากเป็นคนที่ถ่อมตัว สิ่งเดียวที่ “ตี๋” ยอมเปิดปากบอกว่าเขาทำได้ดีที่สุดคือ การเตะเปิดเกม ทั้งจังหวะตั้งเตะ และโยนบอลฮาล์ฟวอลเลย์ นอกเหนือจากนั้นไม่ว่าจะเป็นการเซฟ ตัดบอล หรือการยืนตำแหน่ง เขาไม่ขอเปิดเผย เพราะกลัวคู่ต่อสู้รู้

 

จุดอ่อน

 

เช่นเดียวกันกับจุดแข็ง “ตี๋” บอกแบบรวมๆปนกับถ่อมตนว่า คุณสมบัติทุกอย่างของเขายังไม่ถึงขั้นเก่งกาจ และยังต้องฝึกซ้อมพัฒนาฝีมือต่อไปเรื่อยๆ แต่แอบแย้มว่าผู้รักษาประตูสมัยใหม่ต้องเล่นด้วยเท้า ซึ่งตัวเขาเองก็อยากทำให้ได้เก่งกาจเหมือนกับอดีตรุ่นพี่ร่วมทีมอย่าง สินทวีชัย

 

รู้หรือไม่?

 

ด้วยรูปร่างสูงใหญ่ บวกกับหน้าตาอันหล่อเหลาน่ารักน่าหยิก ทำให้อาจารย์ประจำวงดุริยางค์ ต้องทาบทามให้เขาไปเป็นคฑากรประจำโรงเรียน โดยตามตื๊อตั้งแต่เข้าเรียน ม.1 ก่อนที่ “ตี๋” จะใจอ่อนตอบตกลงไปตอน ม.5 โดยมีทักษะการควงคฑาที่เก่งกางพอตัว นอกจากนี้ยังเคยประกบขวัญใจแฟนบอลชาวไทยอย่าง ชาริล ชัปปุยส์ เล่นโฆษณาทีวีด้วยกันมาแล้วอีกด้วย

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

 

นับว่าเร็วพอสมควรกับการยึดตำแหน่งนายทวารตัวจริงได้ตั้งแต่อายุเพียง 22 ปี และฤดูกาลนี้ถือว่าเป็นผลงานที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เริ่มค้าแข้งมา ช่วยต้นสังกัดรั้งตำแหน่งจ่าฝูงส่งท้ายเลกแรกได้อย่างน่าประทับใจ และส่วนตัวเขาเองก็ต้องการช่วยทีมให้ได้มากที่สุด และเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดได้ด้วยการเป็นแชมป์ และถ้าเขายังเหนียวแน่นหนึบได้ต่อเนื่อง เป้าหมายที่ตั้งไว้นั้นอยู่ไม่ไกลเกินความเป็นจริงอย่างแน่นอน