บอลไทยไม่ง่าย : เช็คฟอร์มแข้งลูกครึ่งไทยลีกตั้งแต่อดีต...ใครรุ่ง-ใครร่วง

นี่ คือ เหล่าลูกครึ่งที่แฟนบอลไทย (เคย) ตาลุกวาว หวังให้พวกเขาสร้างมิติใหม่ให้วงการลูกหนังไทย... พวกเขามาพร้อมกับการประโคมข่าวที่ยิ่งใหญ่ บางคนมาพร้อมกับโปรไฟล์ที่ดูดี แต่พวกเขากลับยังไม่สามารถก้าวไปถึงในจุดที่แฟนบอลคาดหวัง ซ้ำร้าย... บางคนถึงกับแขวนสตั๊ดไปแล้ว!

ใช่ละ! นักเตะอย่าง ชาริล ชัปปุยส์ หรือกระทั่ง ทริสตอง โด ถือได้ว่าเป็นลูกครึ่งที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จในยุคใหม่ของฟุตบอลไทย ขณะที่ แอนโธนี่ อำไพพิทักษ์วงษ์, เดนนิส บุชเชนนิ่ง, ชิตชนก ไชยเสนสุรินธร แม้ยังไม่ได้ถึงกับดังเปรี้ยงปร้าง แต่ก็พอได้ลงเล่นบนลีกสูงสุดของไทยให้เห็นหน้าค่าตากันบ่อยๆ  แต่มีบางจำพวกที่หนักกว่านั้น คือ ไปไม่รอดเสียเลยในไทยพรีเมียร์ลีก…

ปีเตอร์ แลง

แข้งลูกครึ่งกระดูกยุง

นี่ คือ หนึ่งในนักเตะลูกครึ่งโปรไฟล์ดี และบางทีอาจจะใจร้ายเกินไปหน่อยที่จะพูดว่าลูกครึ่งสวิสคนนี้ล้มเหลวไม่เป็นท่าในไทยลีก เพราะอาการบาดเจ็บจนต้องแขวนสตั๊ดก่อนวัยอันควร...

ชื่อของ ปีเตอร์ แลง ถูกจดจำตั้งแต่ประมาณ 7 ปีก่อน ในสมัยที่เริ่มมีการประโคมข่าวว่าอดีตนักเตะกองกลางลูกครึ่งสวิสเซอร์แลนด์ของ เอฟซี บาเซิ่ล และ ชาฟฟ์เฮาเซ่น ในขณะนั้น สนใจเล่นให้ทีมชาติไทย โดยคุณแม่ของเขา วิไล แลง ได้เข้าไปหารือกับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมกับส่งวิดีโอการเล่นให้พิจารณา…

ปีเตอร์ แลง มีชื่อพัวพันกับการเล่นให้ทีมชาติไทยอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนที่จะได้ลงเล่นเกมแบบไม่เป็นทางการนัดแรก คือ เกมนัดพิเศษระหว่างทีมชาติไทยกับลิเวอร์พูล ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อปี พ.ศ. 2552 ภายใต้การคุมทีมของ ปีเตอร์ รีด อดีตเฮดโค้ชชาวผู้ดี...เขาทำได้ยอดเยี่ยมยามเมื่อเผชิญหน้ากับ เฟร์นานโด ตอร์เรส อดีตกองหน้าระดับโลกของ “หงส์แดง” ชาวสแปนิช มันเป็นเกมที่เขาภาคภูมิใจและได้มอบเสื้อ “ช้างศึก” ตัวแรกของเขาให้กับคุณแม่

หลังจากนั้นไม่นาน… แม้ “ช้างศึก” มีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือจาก ปีเตอร์ รีด เป็น ไบรอัน ร็อบสัน แต่ แลง ยังคงอยู่ในสารบบทีมชาติ และในปีเดียวกันเขาก็ประเดิมทีมชาติไทยในเกมที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการนัดแรกเกมที่ไทยบุกไปชนะสิงคโปร์ 3 ต่อ 1 ในการแข่งขันเอเชี่ยน คัพ 2011 รอบคัดเลือก เมื่อปี 2009 โดยเขาถูกเปลี่ยนตัวลงสนามมาแทนที่ สุรัตน์ สุขะ ในช่วงครึ่งหลัง

ปีเตอร์ แลง เป็นมิดฟิลด์ตัวรับ และเซนเตอร์ฮาล์ฟที่เชิงบอลและทางบอลดีใช้ได้ บวกกับภาพลักษณ์ และระเบียบวินัยที่ดีเยี่ยม ทำให้ บางกอกกล๊าส อดรนทนใจไม่ไหวกระชากตัวเขามาร่วมทีมในปี 2010 เขากลายเป็นที่คลั่งไคล้ของแฟนบอล (โดยเฉพาะสาวๆ) งานอีเว้นต์ โฆษณา พุ่งเข้าหาเขาก่อนยุคของ ชาริล ชัปปุยส์ แต่ชีวิตของเขาในเวทีลูกหนังสูงสุดของไทย ไม่เคยราบเรียบเอาเสียเลย เพราะเขาใช้เวลาส่วนใหญ่กับการรักษาอาการบาดเจ็บ โดย 3 ปีที่อยู่กับ บางกอกกล๊าส เขาลงสนามแค่ 51 นัด ยิง 4 ประตู ก่อนที่จะไม่ได้รับการขยายสัญญาเพิ่มเติมกับเดอะกล๊าสแรบบิต เขาตัดสินใจกลับไปรักษาอาการบาดเจ็บต่อที่บ้านเกิดสวิตเซอร์แลนด์ และแขวนสตั๊ด ด้วยวัยเพียง 26 ปี เมื่อปี 2013  

ปัจจุบัน ปีเตอร์ แลง วัยย่าง 29 ปี ศึกษาต่อด้านบริหารการตลาด… ไม่แน่ว่าอีกหน่อยอาจจะกลับมาพัวพันกับวงการลูกหนังอีกครั้ง ด้วยการเป็นผู้จัดการด้านการตลาดของสโมสรใดสโมสรหนึ่งก็ได้!

Pages