มาจากแดนไกล : 10 แข้งอิมพอร์ตหน้าใหม่ไทยลีก 2017 เลก 2 ที่น่ามอง จนห้ามกะพริบตา

บางคนเคยมีค่าตัวเกินหลัก 100 ล้านบาท, บางคนเคยไล่ตามประกบลีโอเนล เมสซี่ ในศึกฟุตบอลโลกมาแล้ว, บางคนเป็นลูกครึ่งที่ใช้เวลาไม่นาน ก็ติดทีมชาติไทยได้, บางคนมีดีกรีหัวหอกทีมชาติเซอร์เบียการันตีความเก่ง, บางคนผ่านการเล่นในฝรั่งเศสนับ 10 ปี, บางคนผ่านการฝึกจากอะคาเดมี่ระดับโลก

นี่ คือ 10 นักเตะอิมพอร์ตจากแดนไกล ที่ถูกนำเข้ามาโลดแล่นบนผืนหญ้าในดินแดนสยาม ช่วงตลาดไทยลีกเลกสองนี้ พวกเขามาจากไหน ผ่านร้อนผ่านหนาวจากที่ใดบ้าง และมีสไตล์การเล่นอย่างไร ติดตามได้ที่นี่ ที่เดียว…

ราฟาเอล บาสโตส

เปิดฉากอย่างเร้าใจ หลังสัมผัสสนามในฐานะตัวจริงนัดแรกเพียงแค่ 6 นาที ก็ซัดประตูที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดลูกหนึ่งของไทยลีก 2017 สำหรับ ราฟาเอล บาสโตส มิดฟิลด์ตัวรุกของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในเกมบุกอัด “สวาทแคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 2-0 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

บาสโตส ทำผลงานได้ดี ยิง 2 ประตูใส่ทีมเก่าอย่าง บราก้า ก่อนจะสร้างชื่อด้วยการทำแอสซิสต์ ให้เพื่อนร่วมทีมยิงใส่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าชัยชนะได้ในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ด้วยสกอร์ 1-0

“เราเชื่อว่าจากประสบการณ์ของ บาสโตส ที่เคยค้าแข้งในลีกยุโรปมาแล้ว และเคยลงเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พาทีม ซีเอฟอาร์ คลูจ์ เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาแล้วนั้น ประสบการณ์เหล่านี้ของเขาน่าจะช่วยทีมของเราได้เยอะ” ทัดเทพ พิทักษ์พูลสิน ผู้จัดการทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวอย่างมั่นใจว่า บาสโตส จะกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ช่วยให้ “ปราสาทสายฟ้า” แข็งแกร่งจนคว้าแชมป์ไทยลีกได้อีกสมัยในบั้นปลาย

ราฟาเอล บาสโตส เกิดในวันขึ้นปีใหม่เมื่อ 32 ปีที่แล้ว ณ กรุง ริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ดินแดนแห่งนักฟุตบอล เขาเริ่มต้นการค้าแข้งกับทีมในบ้านเกิดอย่าง บาเฮีย ในปี 2007 ก็ถูก เบเลเนนส์ ทีมในโปรตุเกส ยืมตัวมาใช้งาน และมีโอกาสลงสนาม 12 เกม

ปี 2008 บาสโตส ย้ายมาร่วมทีม ซีดี นาซิอองนาล อีกหนึ่งทีมในลีกสูงสุดโปรตุเกส แต่ไม่ได้ลงสนามมากนัก จากนั้นในปี 2009 บาสโต๊ส ต้องเก็บกระเป๋าไปเรียกความมั่นใจในลีกสูงสุดที่บ้านเกิดอีกครั้งกับ วิคตอเรีย ก่อนจะถูกทีมในเอเชียอย่าง คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ทีมเดียวกับ “ชนาธิป สรงกระสินธ์” ดึงตัวไปร่วมทีม

ปี 2010 บราก้า ดึงตัว บาสโตส มาร่วมทัพ และมีโอกาสลงสนาม 8 เกม จนกระทั่ง 1 มิถุนายน 2010 บาสโตส ก็ได้รับการสัญญาจาก ซีเอฟอาร์ คลูจ์ ทีมดังจากโรมาเนีย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการสู้ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และที่นี่เองที่ทำให้ชื่อของ ราฟาเอล บาสโตส เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เขาได้พัฒนาฝีเท้าจนกลายเป็นตัวหลักของทีม และสามารถพาทีมคว้าแชมป์ลีกโรมาเนีย ได้ในปี 2011 และได้สิทธิ์ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยครั้งนี้เองที่ บาสโตส ทำผลงานได้ดี ยิง 2 ประตูใส่ทีมเก่าอย่าง บราก้า ก่อนจะสร้างชื่อด้วยการทำแอสซิสต์ ให้เพื่อนร่วมทีมยิงใส่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าชัยชนะได้ในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ด้วยสกอร์ 1-0

ตลอดสัญญาตั้งแต่ปี 2010 - 2013 บาสโตส มีโอกาสลงสนามให้ ซีเอฟอาร์ คลูจ์ ไป 66 นัด ยิงไป 10 ประตู จนกระทั่งปี 2013 ราฟาเอล บาสโตส ได้กลายเป็นนักเตะค่าตัวมูลค่ากว่า 2,980,000 ปอนด์ หรือราว 131,120,000 บาท จากการย้ายจาก ซีเอฟอาร์ คลูจ์ ไปร่วมทัพ อัล นาเซอร์ (ริยาด) ทีมดังแห่งซาอุดิอาระเบีย ซึ่งก็มีโอกาสลงสนาม 20 นัด ยิงไป 11 ประตู

ปี 2014 เลฟสกี้ โซเฟีย ทีมดังจากบัลแกเรีย ดึงตัวเขาไปรวมทัพ ก่อนจะย้ายทีมอีกครั้งไปอยู่กับ อัล คูเวต ในลีกเมืองเศรษฐีน้ำมัน และกลับบ้านไปอยู่กับ ฟิกูเรนเซ่, อเมริกา มิไนโร่ และชาเปโคเอนเซ่ สามทีมดังของลีกบราซิล จากนั้นปลายปี 2016 เขาย้ายไปร่วมทีม ฮัทตา ในลีกยูเออี ก่อนเหตุโศกนาฏกรรมของสโมสรชาเปโคเอนเซ่ เพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น

เข้าสู่ปี 2017 บาสโตส ก็ย้ายมาร่วมทีมโบตาโฟโก ของบราซิล โดยลงสนามไป 13 เกม และยิงได้ 2 ประตู ก่อนจะตกลงเซ็นสัญญาระยะสั้น มาร่วมทัพกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในตลาดนักเตะเลกสองที่ผ่านมา

บาสโตส เป็นกองกลางตัวรุกที่มีวัย 32 ปี แล้ว แต่สิ่งที่เขามีทดแทนอายุเลขสามนั่นคือ การยิงไกลที่สุดคม, การจ่ายบอลอันชาญฉลาด และประสบการณ์ข้นคลั่กทั้งในลีกบราซิล รวมถึงทีมชั้นนำของยุโรป ฉะนั้นความเก่งกาจของเขาแทบไม่ต้องบรรยายสรรพคุณใดๆ ให้มันมากมาย

เพียงแต่ว่า พื้นที่ในการลงสนามของ บาสโตส อาจจะมีจำกัด เนื่องจากบุรีรัมย์ มีกองหน้าระดับเทพชาวบราซิลอยู่แล้วสองคนนั่นคือ ชาคสัน โคเอลโญ่ และ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ ที่อาจจะทำให้ บาสโตส ได้ลงสนามจำกัดจากเงื่อนไขโควตานักเตะต่างชาติ ทว่า สิ่งที่เห็นในเกมกับ “สวาทแคท” บ่งบอกว่าเขาคือ อะไหล่ชั้นยอดที่จะต่อเติมให้ปราสาทสายฟ้า คืนสู่บัลลังก์ไทยลีกอย่างที่ต้องการ

Pages