อภิโชติ เวกอรุณ : เขาเรียกผมว่า “เงาชนาธิป”

อุบล ยูเอ็มที เพิ่งคว้านักเตะใหม่เข้ามาร่วมทัพมากมาย… หนึ่งในนั้น คือ ดาวรุ่งวัยเพียง 19 ปี ที่ใครๆ ต่างก็เรียกเขาว่าเป็น “เงาชนาธิป” เรื่องราวของเด็กหนุ่มคนนี้เป็นอย่างไร เพราะอะไรเราควรต้องจับตามองเขา ติดตามได้ที่นี่  

แข้งเงินร้อย เมืองพระยาแถน

อภิโชติ เวกอรุณ เด็กจาก ต.เดิด ตำบลเล็กๆที่ห่างไกลจากตัวเมืองยโสธร ออกไป 12 กม. ชื่นชอบกีฬาฟุตบอลมาตั้งแต่ ประถมศึกษาปีที่ 4 ก่อนสอบข้าโรงเรียนกีฬา อบจ.ยโสธร ตอน มัธยมศึกษาปีที่ 1-4 ลงเล่นฟุตบอลในท้องถิ่น ถูกรุ่นพี่แถวบ้านชักชวนไปเดินสายหาลำไพ่พิเศษ ตั้งแต่ มัธยมศึกษาปีที่ 3

“การเล่นบอลเดินสายตอนนั้น ผมอายุได้ 15-16 ปี ได้เจอกับคู่ต่อสู้ที่ตัวใหญ่ และอายุมากกว่าผมเยอะ ทำให้เราได้พัฒนาฝีเท้า นอกจากความสนุกแล้ว แถมยังได้ค่าขนมติดมืออีก ครั้งละ 100-200 บาท”

เอฟ เล่าถึงจุดเริ่มต้นในชีวิตนักเตะ

ด้วยสรีระที่เป็นเด็กตัวเล็ก กว่าเพื่อนร่วมรุ่น ทำให้บ่อยครั้งที่มักถูกมองข้าม ไม่ได้รับโอกาสลงเล่นมากนัก ทำให้ เอฟต้องขยันมุ่งมั่นฝึกซ้อมมากขึ้น จนมีทักษะการเล่นที่เฉพาะตัว คล่องแคล่ว มีความเร็ว จนเพื่อนๆต่างเรียกว่า “เมสซี่” มาตั้งแต่นั้น

ฐานะครอบครัวของ เอฟ อยู่ในระดับพอมีพอกิน พ่อจ้างก่อสร้างทั่วไป ส่วนแม่ ทำงานในโรงงานเย็บผ้าในตัวเมือง ทำให้“เอฟ” ต้องดิ้นรนเติมฝันของตัวเอง โดยตัดสินใจไปสอบเข้า โรงเรียนสวนป่าเขาชะอางค์ หนึ่งในสถาบันลูกหนัง เมืองชลบุรี ภายใต้โครงการ “ช้างเผือก” มีส่วนช่วยให้พาทีมคว้าอันดับ 3 ร่วมในรายการ 18ปี ข. ได้เลื่อนชั้นสู่ ถ้วย ก. จนถึงปัจจุบัน กระทั่งทีมบางกอก เอฟซี ได้ส่งในนามสโมสรลงเล่นรายการ โค๊กคัพ 2014

“ผมตัดสินใจมาคัดที่ สวนป่าเขาชะอางค์ ด้วยการสนับสนุนของพ่อ ที่มองเห็นว่าหากอยากเป็นนักเตะอาชีพต้องได้เล่นในรายการใหญ่ๆ จนพี่แป๊ก (อิศเรศ พึ่งเสือ) ผู้จัดการทีมบางกอก เอฟซี ได้มาเห็นและให้ผมเข้าไปเล่น โค๊กคัพ หลังจากนั้น ก็เรียกผมเข้าไปเซ็นสัญญา”

อดเล่นทีมชาติ ร้องไห้ พ่อด่าซ้ำ

การก้าวเข้าสู่เส้นทางนักเตะอาชีพตามความฝัน เอฟ ได้รับการฝึกฝนอย่างหนัก แม้จะยังไม่ได้อยู่ในแผนการเล่น แต่ฝีเท้าที่ถูกพัฒนาต่อเนื่อง ทำให้ “เอฟ” ถูกเรียกเข้าคัด เยาวชนทีมชาติ 19 ปี ที่จะเข้าร่วมรายการ ยู19 ชิงแชมป์อาเซียน หรือ “เอเอฟเอฟ ยู19” 2015 ที่ประเทศลาว หลังจากผ่านเข้าติดโผ 45 คน สุดท้าย โชคชะตาเล่นตลก เมื่อ เอฟ ต้องกลับไปช่วย โรงเรียนสวนป่าฯ แข่งขันพอดี ก่อนโชคร้ายที่ได้รับบาดเจ็บ สุดท้าย “โค้ชจุ่น”อนุรักษ์ ศรีเกิด ตัดสินใจหั่นชื่อทิ้ง

“ผมเสียใจมากครับตอนนั้น ผมพยายามรักษาตัวเองให้หาย แต่ก็ไม่ดีขึ้น ต้องนั่งดูเพื่อนซ้อมอยู่หนึ่งสัปดาห์ ก่อนจะโดนตัดชื่อ ตอนนั้นผมร้องไห้ และโทรเล่าให้พ่อฟัง กลับถูกพ่อด่าซ้ำอีก (ฮ่าๆๆๆ) แต่มี แม่ที่เข้ามาปลอบใจครับ ซึ่งผมก็เข้าใจครับว่าเราควรจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุด เป็นประสบการณ์ที่จำไม่ลืมเลย”

ไอจวบ ของพี่ๆ สู่ เมสซี่ ชั่วข้ามคืน

หลังจากได้รับโอกาสขึ้นสู่ทัพ บางกอก เอฟซี ชุดใหญ่ ลุยศึก ยามาฮ่า ลีกวัน ในปีนี้ เอฟ ผ่านไปกว่า ครึ่งฤดูกาล เอฟ ยังไม่ได้รับโอกาสแม้แต่ตัวสำรอง กระทั่ง “เบิร์ท” สุธี สุขสมกิจ เข้ามาคุมทัพเห็นแวว ก็เร่ิมใส่ชื่อลงเล่นในเกมที่บุกไปเสมอ นครปฐม ยูไนเต็ด 1-1 ต่อจากนั้นก็ได้ลงเป็น11 ตัวจริง แมตช์แรกในชีวิต เปิดบ้านชนะ กระบี่ เอฟซี 1-0 แต่จุดพลิกชีวิต ที่ทำใ้ห้ เอฟ กลายเป็นที่โจษจันของแฟนบอล คือแมตช์ ชนะ ปตท.ระยอง 3-1 ซึ่ง เจ้าเอฟ โชว์ฟอร์ม สุดยอด ด้วยการเลื้อยฝ่าแนวรับ “พลังเพลิง”ซัดประตูย้ำชัย เป็นการแจ้งเกิดพร้อมกับน้ำตาแห่งความปลื้มปิติของเจ้าตัว

“ผมลงมาเป็นตัวสำรองในเกมนี้ ตอนแรกเหมือนโค้ชจะเลือกผู้เล่นอีกคนแต่สุดท้ายก็เป็นผม ที่ได้โอกาส ผมพยายามเล่นอย่างที่โค้ชสั่ง พยายามอดทน สร้างสรรโอกาสให้เพื่อน โชคดีที่จังหวะนั้นผม เห็นช่องเปิดอยู่จึงตัดสินใจลองเลี้ยงเข้าไป และยิงประตูได้ เป็นวันที่ผมมีความสุขมากๆ ผมกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ดีใจมากจริงๆ”

จาก ไอจวบ คือตัวละครมาดกวนแห่ง ชิทคอมเรื่อง “เป็นต่อ” เป็นฉายาที่ พี่ๆในทีมตั้งให้ ในขณะที่อดีตแข้ง บุรีรัมย์ อย่าง ดั๊กลาส การ์โดโซ่ ยังเอ่ยปากชมด้วยความทึ่งกับลีลาที่ ละม้าย “เมสซี่”

ผมกำลังจะเจอกับ ไอดอล

เกมกับ ปตท.ระยอง คือวันเปลี่ยนชีวิตของ เอฟ อย่างแท้จริง ให้หลังจากนั้น สกอตต์ คูเปอร์ นายใหญ่ อุบล ยูเอ็มที ทีมน้องใหม่ ไทยลีก ก็ส่งทีมงานตามสเก๊าท์ และย้อนดูผลงานการเล่นทุกนัดๆ ก่อนจะเปิดโต๊ะเจรจากับ บางกอก ทันที และได้ชูเสื้อเข้ารัง “เทพอินทรี”ในที่สุด

“ความรู้สึกที่ทราบข่าว ก็ทั้งเสียใจที่ต้องจากทีมที่ปั้นผมมา และดีใจยิ่งกว่าฝันกับการได้เล่นไทยลีก ผมเพิ่งจบ ม.6 เองมันเร็วมาก แต่ผมจะพยายามเพื่อโอกาสลงเล่นในปีแรกของผม ก้าวต่อไปคือการติดทีมชาติสักครั้งคือความฝันสูงสุดของผมแล้ว”

หนึ่งในแรงบันดาลใจ ที่ทำให้ เอฟ พัฒนาฝีเท้าตัวเองได้มากมาย มาจาก “เจ”ชนาธิป สรงกระสินธุ์ ที่ไม่เพียงปลื้มที่ฝีเท้า แต่ เอฟ ยังศึกษาวิธีการเล่น การซ้อม จาก”เจ”มาทุกกระบวนท่า

“ผมพยายามเรียนรู้การเล่นของพี่เจ ทุกอย่าง การยืนตำแหน่ง การหาจังหวะจ่ายบอล ยิงประตู ทุกอย่างจริงๆครับ เป็นนักเตะที่เก่งมาก รูปร่างที่เล็กไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเอาชนะคู่แข่งเลย”

“หากผมได้เจอกับพี่เจ ไม่ว่าในหรือนอกสนาม ผมอยากจะขอลายเซ็น และแลกเสื้อกับพี่เจครับ”