The Sunny Side : เรื่อง(ไม่)ดราม่าของมงคล

จากชายผู้ที่เคยถูกเปิดเผยเรื่องราวสุดดราม่าในชีวิตของเขาในอดีต หลังร่วมคว้าแชมป์ อาเซียน คัพ กับ ทีมชาติไทย... มาวันนี้เขาเป็นฮีโร่ของ “ช้างศึก” อีกครั้งหลังเพิ่งยิงประตูสะท้านราชมังฯ ช่วยให้ไทยเสมอกับทีมชาติอิรัก 2 – 2 ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา

วันนี้ทีมงาน FFT TH จะมาพูดคุยเจาะลึกชีวิตของ มงคล ทศไกร แบบสบายๆ ไม่เอาเรื่องดราม่ามาปะปน เป็นเรื่องเส้นทางลูกหนังและความรักใคร่ในเกมฟุตบอลล้วนๆ!  

FFT : สวัสดีครับ เป็นอย่างไรบ้างครับ มงคล ทศไกร สุดยอดกองหน้าไทย

มงคล : ไม่ม้างงง (ยิ้ม)

FFT : ชีวิตคุณ...ส่วนใหญ่คนชอบนำเรื่องดราม่ามาเล่าจัง?

มงคล : แหม่… ก็ตั้งแต่มีข่าวออกไปเมื่อตอนโน้นว่าผมเคยเป็นหนุ่มโรงงาน หลังคว้าแชมป์อาเซียน คัพ ภาพลักษณ์ผมก็เป็นแบบนั้นไปเลยไง (ฮา)

FFT : คือ ทางเราก็อยากรู้เรื่องชีวิตด้านอื่นๆของคุณเหมือนกัน… เริ่มเตะฟุตบอลตั้งแต่เมื่อไหร่?

มงคล : จริงๆ ตั้งแต่จำความได้ผมก็ชอบเล่นกีฬาแล้วนะ แบบพวกตะกร้อ ฟุตบอล ผมเนี่ยเป็นตัวตั้งตัวตีพาเพื่อนๆ ไปเล่นฟุตบอลกันตลอดตามท้องไร้ท้องนาที่บ้าน (ขอนแก่น) เตะที่สนามฟุตบอลตามโรงเรียนบ้าง เตะโกลรูหนูบ้าง จนวันหนึ่งตอน ป.5 (อายุประมาณ 10 – 11 ปี) ก็จับพลัดจับผลูได้เตะบอลจังหวัด ทีนี้ปัญหาเกิดเลย เพราะไม่มีสตั๊ด!

FFT : อ้าว…ทำไงต่อล่ะ?

มงคล : คือ เพื่อนคนอื่นๆ มีสตั๊ดใส่กันหมดแล้ว จะขอให้พ่อซื้อให้ก็ไม่กล้ารบกวน ผมก็เลยใช้วิธีไปรับจ้างขุดมันสัมปะหลัง ได้ครั้งละ 20 – 30 บาท จนมาซื้อสตั๊ดถูกๆ ได้คู่หนึ่งยี่ห้ออะไรไม่รู้ รู้แต่ว่าเป็นของปลอม สีดำ ทำด้วยยาง แต่ขอบอกเลยว่า นี่แหละคู่เก่ง… ผมใส่แล้วยิงกระจ่าย ลงเป็นยิงๆ ผมรักมากรองเท้าคู่นี้ ดูแลอย่างดี ซักทุกวันจนขาด (ฮา)

FFT : แล้วความจริงคุณพ่อสนับสนุนให้เราเล่นกีฬาไหม?

มงคล : สนับสนุนนะ…ผมจำได้เลย เวลาผมไปแข่ง พ่อผมจะตามไปดูตลอด แต่ประเด็น คือ เวลาพ่อผมไป…พ่อผมจะเมาแล้วก็เต้นเชียร์ส่งเสียงโหวกเหวกโวยวายข้างสนาม คนอื่นก็คงฮา แต่ตอนนั้นผมคิดน่ะว่าแบบ.. โถ่ พ่อ! จะมาเต้นข้างสนามให้อายชาวบ้านชาวช่องเขาทำไมเนี่ย (ฮา) แต่พอโตขึ้นผมก็ว่าเฉยๆนะ มันคงเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่แกได้ดูลูกลงแข่งฟุตบอล

"จ่าเย็น" มงคล ทศไกร คีย์แมนคนสำคัญของทัพช้างศึกในเกมเจ๊าอิรัก 2-2 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

FFT : สมัยนั้นก็เริ่มอยากเป็นนักฟุตบอลแล้ว?

มงคล : คือ ช่วงนั้นก็เริ่มๆแล้ว…เล่าย้อนไปเล็กน้อย คือ ผมมาชอบฟุตบอลมากๆ จริงๆจังๆ  ก็ยุคดรีมทีม… สมัยผมเด็กๆ บ้านผมไม่มีโทรทัศน์ผมก็จะเอาวิทยุพ่อมาฟังรายงานสด ผมจำได้เลยเกมนั้นเป็นเกมที่ไทยพบกับเกาหลีใต้ รอบ 8 ทีมสุดท้าย ในเอเชี่ยน เกมส์ 1998 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ แบบตื่นเต้นมาก ยิ่งตอนที่ไทยได้ประตูชัย ผมเองก็คิดจินตนาการตามบรรยากาศตามเลยแหละว่ามันสุดยอดแค่ไหน…จากนั้นผมได้มีโอกาสดูโทรทัศน์จริงๆ กับเขาเสียทีในรอบรองชนะเลิศ แม้สุดท้ายเราจะแพ้ แต่ถ้าให้พูดตรงๆ คือ เกมนั้นมันเป็นเกมที่จุดประกายให้ผมอยากเป็นนักฟุตบอลเหมือนกับกองหน้าทีมชาติไทยเบอร์ 13 ก็คือ พี่ซิโก้ (เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง) นี่แหละครับ ที่เป็นไอดอลคนแรกของผม ผมอยากเป็นนักฟุตบอลก็เพราะพี่เขา และทำให้ผมรู้จักฟุตบอลจริงๆ

FFT : แล้วหลังจากนั้นเราก็หาทางดูฟุตบอลบ่อยขึ้น?

มงคล : ครับ แต่สมัยนั้นฟุตบอลไทยยังไม่ดัง ผมก็จะติดตามฟุตบอลอังกฤษเนี่ยแหละ อาศัยดูตามหน้าหนังสือพิมพ์บ้าง ฟังวิทยุบ้าง และก็หาทางดูทางโทรทัศน์บ้าง

FFT : ดูฟุตบอลอังกฤษ? คุณแฟนบอลทีมอะไร?

มงคล : (ยิ้ม) แมนฯยู ครับ ช่วงดรีมทีมของไทยโด่งดัง แมนฯยู ตอนนั้นก็ดังสุดๆ แล้วก็คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ได้ด้วย เมื่อปี 1999 คือ ผมชอบความสำเร็จ แล้วแมนฯยู ก็ประสบความสำเร็จบ่อย บอกตามตรง…ถ้าแมนฯยูแพ้เมื่อไหร่ ผมนอนไม่หลับเลย เป็นหนักมาก

FFT : ชอบใครเหรอในทีมแมนฯยู?

มงคล : อืม…นักเตะในดวงใจสมัยก่อนเลย คือ ไรอัน กิ๊กส์ ผมอาจจะกระชากลากเลื้อยไม่เหมือนเขานะ แต่ผมชอบดูสเต็ปเวลาเขาเลี้ยงบอลมาก ตอนผมย้ายมาอยู่โรงเรียนกีฬาอ่างทอง เมื่อตอน ป.6 ตามคุณพ่อ-แม่ ที่มาได้งานรับจ้างที่นั่น ผมฝึกหัดเล่นเท้าซ้ายข้างไม่ถนัดหวังว่าให้เหมือนกิ๊กส์ พอแข่งก็พยายามเลี้ยงด้วยเท้าซ้าย แต่ไหงได้ โดนโค้ชด่าเละ (ฮา) แต่นอกจาก กิ๊กส์ แล้วผมก็ชอบ รุด ฟาน นิสเตลรอย อีกคนน่ะ เพราะสมัยเด็กๆผมเล่นเป็นกองหน้า  

FFT : พอเข้า รร.กีฬาอ่างทอง แล้วเริ่มติดตามฟุตบอลไทยเยอะขึ้นรึยัง?

มงคล : ไม่เท่าไหร่นะครับ คือ สมัยก่อน บอลยังไม่บูม จะดูถ่ายทอดสดก็ไม่ค่อยมี แต่ถ้าเชียร์ก็เชียร์ บีอีซี เทโรศาสน เพราะว่า เมื่อก่อนนี่เก่งที่สดแล้ว ใครได้ยินชื่อเป็นหัวหด แถมผมชอบ พี่แบน (ธชตวัน ศรีปาน) ด้วย เป็นรองจาก พี่ซิโก้ เลย

FFT : อยู่ รร.กีฬาอ่างทอง ยังยิงกระจายเหมือนตอนอยู่ที่ขอนแก่นไหม?  

มงคล : โห ไม่เลย ผมไม่ค่อยได้เล่นเท่าไหร่ด้วยซ้ำ ไม่ได้เป็นตัวหลักของทีม เพื่อนก็น้อย (ฮา) คือ สังคมเด็กๆ ส่วนใหญ่มันก็จะเฮฮาไปกับพวกเด็กๆ ที่โดดเด่นอะไรทำนองนี้ แต่ทุกวันนี้ก็ไม่ได้มีใครมาเป็นนักเตะอาชีพกันแล้วนะ จะมีก็แค่ อนาวิน จูจีน ที่ยังสนิทกัน และเขาก็เป็นคนดึงผมกลับเข้าสู่วงการฟุตบอลกับธนาคารกรุงไทย หลังจากที่ผมไปทำงานโรงงานแล้วได้เงินวันละ 205 บาท (จนเป็นข่าวโด่งดังไปตั้งแต่ช่วงอาเซียนคัพ) นั่นแหละ

FFT : พูดง่ายๆ คือ ชีวิตด้านฟุตบอลสมัยมัธยมไม่สดใส แต่มาดีขึ้นตอนมาอยู่ ธ.กรุงไทย?

มงคล : ใช่ แล้วเราก็ได้รองแชมป์ ผมรีบเอาเงินกลับไปให้ที่บ้าน 50,000 บาท จากค่าแบ่งรางวัล แต่มันก็ต้องเจอจุดเปลี่ยนอีก...

...จุดเปลี่ยนที่ มงคล ทศไกร ว่าจะเป็นอะไร ติดตามได้ในหน้าถัดไป