วรุตม์ บุญสุข : 1 ชุดบอล และสตั๊ด 1 คู่...สู่แข้งเลือดใหม่กระต่ายแก้ว

“เดอะกล๊าสแรบบิต” คือ ยอดทีมจอมปั้น…พวกเขามีดาวรุ่งประดับวงการมากมาย ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ไล่ตั้งแต่ ประวีณวัช บุญยงค์, ธนาสิทธิ์ ศิริผลา, บดินทร์ ผาลา, กระทั่งเมื่อปีก่อนก็มี ศิวกร แสงวงศ์ เจ้าของฉายา “มัทเธอุสเมืองไทย” (โดยการตั้งฉายาให้ของ ฮานส์ อาร์ เอ็มเซอร์ ผอ.ฝ่ายอะคาเดมี่บางกอกล๊าส) และปีนี้พวกเขาก็มี เด็กหนุ่มเพียง 19 ปี ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่อีกราย… และนับว่าเป็นแข้งตัวรุกที่น่าจับตามองมากที่สุดคนหนึ่ง ในบรรดาดาวรุ่งที่ถูกดึงขึ้นมาเล่นโตโยต้าไทยลีก ครั้งแรก

...โอเค เราสารภาพก็ได้ว่าวินาทีแรกที่เราได้เห็นหน้าค่าตาของ วรุตม์ บุญสุข ...เราคิดว่าเขาต้องเป็นหนึ่งในแข้งระดับซีเนียร์ของทีมอย่างแน่แท้ (ฮา) แต่จริงๆ แล้วเขาคือหนึ่งในดาวรุ่งที่ “กระต่ายแก้ว” บางกอกกล๊าส เอฟซี คอยประคบประหงมมาตั้งแต่อายุได้เพียง 14 ปีเท่านั้น และนี่คือเรื่องราวของเขา…

เดินตามพ่อแข่งกีฬา อบต. จุดเริ่มต้นรักเกมลูกหนัง

ตั้งแต่เด็ก “เจ้ารุตม์” มักจะคลุกคลีกับลูกหนังใบกลมๆ เสมอ พ่อของเขาคือนักฟุตบอลที่มักจะไปแข่งบอลตามตำบลต่างๆในจังหวัดร้อยเอ็ดอยู่เสมอ และเกือบทุกครั้ง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเขาจะติดสอยห้อยตามดูคุณพ่อวาดเพลงแข้งในฟลอร์ผืนหญ้า

...มันทำให้ความหลงใหลในเกมฟุตบอลของเขาสั่งสมมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งอายุได้ 10 ขวบ เขาก็ตัดสินใจลองไปคัดตัวกับโรงเรียนกีฬาร้อยเอ็ดดูทั้งๆ ที่คุณครูจากโรงเรียนเก่าก็พยายามห้ามปรามเพราะคิดว่าเขานั้นตัวเล็กเกินกว่าจะเป็นนักฟุตบอล ...รุตน์ไปโดยไม่ได้คาดหวังว่าจะติดเป็น 1 ใน 100 กว่าที่มาคัดเลือก แต่ที่ไหนได้ เมื่อผลออกมาเขากลับอยู่ในอันดับ 2 จากทั้งหมด 16 คนที่ผ่านการคัดเลือก และนับแต่นั้นชีวิตของเขาก็วนเวียนอยู่กับลูกฟุตบอลเรื่อยมา

“ผมป็นคนชอบฟุตบอลตั้งแต่เด็ก เวลาพ่อไปแข่งกีฬา อบต. ตามที่ต่างๆ ผมก็มักจะไปด้วยเสมอ หรืออย่างวันไหนที่ทีมชาติไทยมีแข่งผมก็จะคอยดูผ่านโทรทัศน์ทุกนัด” วรุฒม์กล่าวกับ FFT TH “นักเตะคนโปรดของผมคือพี่เบิร์ท (สุธี สุขสมกิจ) เขาเป็นกองหน้าที่ผมคิดว่าครบเครื่องมากที่สุดคนหนึ่งที่ผมเคยเห็น ทั้งเรื่องการไปกับบอล การจบสกอร์ที่เฉียบคม และเซนส์บอลที่ดีจะเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวสร้างสรรค์เกมก็ได้”

1 ชุดบอลและสตั๊ด 1 คู่นำสู่แข้งเยาวชนบีจี

หลังจากนั้นบ่มเพาะฝีเท้าอยู่กับโรงเรียนกีฬาร้อยเอ็ดได้ประมาณ 2-3 ปี ชีวิตของรุฒม์ก็มาถึงจุดพลิกผัน เมื่อเพื่อนในทีมของเขาคนหนึ่งเดินเข้ามาในตอนหัวค่ำพร้อมกับเอ่ยปากขอให้ตัวเขาเดินทางเข้ามาเมืองหลวงครั้งแรก โดยมีจุดมุ่งหมายคือ ลีโอ สเตเดี้ยม สนามเหย้าของ บางกอกกล๊าส เอฟซี ที่โรงเรียนเพ็ญสมิทธ์ใช้ในการคัดเลือกนักฟุตบอล

ด้วยความที่เป็นคนง่ายๆ ไม่ขัดใจใคร รุตน์ตัดสินใจนั่งรถทัวร์มากับเพื่อนในคืนนี้ก่อนที่จะเดินทางมาถึงในช่วงเช้าและมุ่งหน้าตรงเข้าสู่ถิ่น “กระต่ายแก้ว” ทันที ในกระเป๋าของเขานั้นไม่ได้มีอย่างอื่นนอกเหนือจากชุดบอล 1 ชุด, สตั๊ด 1 คู่ และความหวังลึกๆ ในการผ่านการคัดตัว ...เมื่อมาถึงสนาม ตัวเขาบรรจงใส่รองเท้าอย่างดีและทุ่มเทเต็มร้อยกับโอกาสในครั้งนี้ มันคือการเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงเป็นครั้งแรกในชีวิตและเขาก็ไม่ได้มีแผนจะปล่อยให้มันหลุดลอยออกไป ทว่าผลลัพธ์ที่ออกมามันกลับดีเกิดใครคาดคิด

“ผมไม่ติดเพ็ญสมิทธ์ แต่พอจบการคัดตัว โค้ชฮานส์ (มร.ฮานส์ อาร์ เอ็มเซอร์ กุนซือทีมเยาวชนบีจี) และโค้ชง้วน (สุรชัย จตุรภัทรพงษ์ กุนซือทีมชุดใหญ่ในขณะนั้น) ก็เดินเข้ามาและถามว่าผมสนใจจะเข้ามาอยู่กับบางกอกกล๊าสไหม ผมแทบไม่ต้องคิดเลยในการตอบตกลง”

วรุตม์ บุญสุข ก้าวเข้าสู่อคาเดมี “กระต่ายแก้ว” ด้วยวัยเพียง 14 ปีเท่านั้น โดยเขาอยู่ร่วมรุ่นกับ “เจ้าทอช” ศิวกร แสงวงศ์ มิดฟิลด์ดาวโรจน์ทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 19 ปีที่แจ้งเกิดแบบเต็มตัวไปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ก่อนจะใช้เวลาประมาณ 4-5 ปีในการชุบตัวกับทีมเยาวชนของสโมสร ผ่านการปรับตำแหน่งจากกองกลางเป็นแนวรุกโดยโค้ชฮานส์ ติวเข้ามเรื่องระเบียบวินัยและทัศนคติความเป็นมืออาชีพโดยโค้ชง้วน ก่อนที่เมื่อปีที่ผ่านมา ริคาร์โด้ โรดริเกซ กุนซือชาวสแปนิชจะดันเจ้าตัวขึ้นมาซ้อมกับทีมชุดใหญ่ในช่วงเลกสองแต่ไม่ได้ลงทะเบียนเป็นนักเตะในศึกไทยพรีเมียร์ลีก

“ริคาร์โด้เขาจะชอบมานั่งดูดาวรุ่งเล่นในพวกเกมอุ่นเครื่อง หรืออย่างบางทีเขาก็จะมาดูเวลาพวกเราซ็อมบ้างสั้นๆ วันหนึ่งก็มีเจ้าหน้าที่ทีมมาบอกผมว่าเขาอยากให้ผมขึ้นไปซ้อมกับทีมชุดใหญ่ ความรู้สึกแรกเลยคือเรากลัวผสมกับตื่นเต้น มันกดดันตัวเองว่าจะทำได้ไหม ดีพอหรือเปล่า”

“นักเตะชุดใหญ่สองคนที่ผมมักจะดูเป็นประจำในการฝึกซ้อมคือพี่เต๋า (ธนาสิทธิ์ ศิริผลา) และดาร์โก้ (ทาร์เซฟสกี้) ผมคิดว่าสองคนนี้มีทักษะที่ผมต้องการ คนแรกมีจุดเด่นเรื่องการไปกับบอล กับอีกคนมีจุดเด่นเรื่องการพาสซิ่งและเซนส์บอลที่อ่านขาด ผมชอบดูพวกเขาเล่นและก็จะศึกษาตลอดว่าทำยังไงเราถึงจะเก่งแบบพี่ๆ เหล่านี้ได้”

2016 ปีแห่งความหวัง (แจ้งเกิด)

มาปีนี้เขาตั้งใจว่าหลังจากฟูมฟักในการฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่มาหนึ่งเลกเต็มๆ เขาจะต้องมีชื่อลุยศึกไทยลีกฤดูกาลใหม่ที่จะมาถึงให้ได้ และสุดท้ายเขาก็ทำมันได้สำเร็จเมื่อ “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด กุนซือใหญ่ของทีมในชื่อของเขาเพื่อลุยเวทีลูกหนังสูงสุดเมืองไทย ...มันคือฝันที่เป็นจริงของเขา และรุตม์ก็ตั้งเป้าจะซ้อมให้หนักที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อพิสูจน์ตัวเองกับทีมชุดใหญ่

“ปีนี้ผมก็คาดหวังว่าจะต้องให้เขาส่งชื่อเราเล่นให้ได้ เราซ้อมหนักมากใเลกสองฤดูกาลที่แล้ว และตอนนี้ก็มีชื่อตามที่ต้องการ จากนี้มันก็คือหน้าที่ของผมที่จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเราดีแค่ไหน เป้าหมายของผมเลยคือพยายามทำให้ดีที่สุด มันเป็นปีแรกของเราด้วย ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป”

...วรุตม์ บุญสุข ประเดิมสนามในเกมกึ่งทางการนัดแรกภายใต้สีเสื้อ บางกอกกล๊าส เอฟซี ในเกมอุ่นเครื่องทัวร์นาเมนต์ปรีซีซั่น ลีโอ คัพ ในเกมที่ทีมของเขาบุกไปแอ่วเหนือเยือน เชียงราย ยูไนเต็ด ซึ่งเกมนนั้นเขาทำประตูได้ด้วย ก่อนที่เกมต่อมาในนัดชิงดำจะได้โอกาสลงสนามอีกครั้งในนาทีที่ 80 ก่อนจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของทีมต่อ เมืองทอง ยูไนเต็ด ในการดวลเป้า

กับการเจอ “กิเลนผยอง” ชุดใหญ่ในรยาการปรีซีซั่น มันคือโอกาสที่ วรุตม์ บุญสุข ได้มีโอกาสดวลกับนักเตะทีมชาติไทยชุดปัจจุบันในดวงใจของเขา นั่นก็คือ “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์

“ผมดีใจมากที่ได้มีโอกาสเล่นในสนามเดียวกับพี่เจ (ชนาธิป) เขาคือนักเตะทีมชาติไทยชุดปัจจุบันที่ผมชอบที่สุด จุดเด่นของเขาที่ผมชอบมากๆ คือการครองบอล การไปกับบอล การจ่าย การจบสกอร์ ทุกๆ อย่าง หลังจบเกมผมก็ดีใจมากที่ได้จับมือกับพี่เขา”

“แต่ตอนนั้นมันก็เป็นแค่รายการอุ่นเครื่อง ผมคิดว่าถ้ามีโอกาสได้ดวลกันในสนามแข่งจริง มันก็น่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ และหลังจบเกมผมจะขอเสื้อพี่เขาให้ได้ เพราะครั้งที่แล้วมีทอช (ศิวกร แสงวงศ์) มันตัดหน้าผมไปก่อน"

แม้ 2 เกมที่ผ่านมาในฤดูกาลนี้ เจ้ารุตน์ จะยังไม่ได้ลงสนามมีชื่อเป็นเพียงตัวสำรอง แต่ “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด เคยให้สัมภาษณ์กับ FFT TH ว่า วรุตม์ บุญสุข คือเจ้าหนูที่ทุกคนควรจะต้องจับตาให้ดีในปีนี้ เพราะเขามีทักษะและฝีเท้าเกินวัย

นั่นทำให้โอกาสที่เราจะได้เห็นเขาสัมผัสสนามในสีเสื้อบางกอกกล๊าส ภายใต้การคุมทีมของ “โค้ชจุ่น” มีสูงเหลือเกิน