ลิเวอร์พูล 1-0 สวอนซี : มิลเนอร์ซัดโทษหงส์แดงเฉือนหงส์ขาว

ลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เปิดบ้านบดเอาชนะสวอนซีด้วยจุดโทษของ เจมส์ มิลเนอร์ ในนาทีที่ 62 เก็บเพิ่มเป็น 25 แต้ม พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 6 ตามหลังสเปอร์สอันดับ 5 เพียง 2 คะแนน

ลิเวอร์พูลของเจอร์เก้น คล็อปป์จะไม่สามารถใช้งานลูคัส เลว่าได้ในวันนี้เพราะโทษจากการแบนสะสมใบเหลืองครบ 5 ใบ แดนกลางจะขับเคลื่อนโดยเอ็มเร่ ชานและเจมส์ มิลเนอร์โดยมีแบ็คอัพอย่างจอร์แดน เฮ็นเดอร์สันเป็นกำลังสำรองอยู่บนม้านั่งสำรอง จอร์ดอน ไอบ์จะได้รับโอกาสแทนคูตินโญ่ที่ไม่ฟิตพอ แนวรับเป็นมาร์ติน สเคอร์เทลจับคู่กับเดแยน ลอฟเรนในแดนหลัง มีคริสเตียน เบ็นเตเก้ยืนค้ำในตำแหน่งหน้าเป้าโดยได้แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์กลับมามีชื่อใน 7 ผู้เล่นสำรองอีกครั้ง เกมนี้สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ขวัญใจเดอะ ค็อปเข้ามาชมเกมด้วย

ทางด้านทีมเยือนของกุนซือแกร์รี่ มังค์ จะไม่มีจอนโจ้ เชลวี่ที่มหดสิทธิ์เจอทีมเก่าเนื่องจากติดโทษแบน จึงใช้ลีออน บริทตันยืนคู่คี ซอง ยองในแผงมิดฟิลด์ คู่กองหลังเป็นไคลื บาร์ทลี่ย์กับแอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ ส่วนกองหน้านั้นกุนซือชาวเวลส์ไว้ใจให้เอแดร์กัรับโอกาสล่าตาช่าย โดยมีทีเด็ดอย่างเวย์น เราเร็ทจ์, กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สันและอังเดร อายิวเป็นตัวซัพพอร์ต

เริ่มเกมในครึ่งแรกเป็นลิเวอร์พูลที่ครองบอลบุกได้มากกว่า จนในนาทีที่ 6 โอกาสจะๆ ของเจ้าบ้านก็มาจนได้จากจังหวะที่ลัลลาน่าแทงบอลทะลุช่องให้ไอบ์ที่เติมขึ้นมาทางขวาหลุดไปแตะบอลด้วยเท้าซ้ายกำลังจะง้างยิงแต่โดยไคล์ บาร์ทลี่ย์วิ่งมาจิ้มบอลจากด้านหลังไปชนเสากระดอนออกไปอย่างหวุดหวิดจะเป็นการทำเข้าประตูตัวเอง

นาทีที 14 หงส์แดงเฉียดฉิวจะขึ้นนำอีกครั้ง โดยกองกลางลิเวอร์พูลช่วยกันบีบเพรสซิ่งตัดบอลได้ตรงกลางสนามก่อนเอ็มเร่ ชานจะหยอดบอลข้ามศรีษะของแอชลีย์ วิลเลียมส์มาให้เบ็นเตเก้จับบอลด้วยข้างเท้าด้านนอกแต่ห่างตัวไปหน่อย โดนกองหลังสวอนซีเข้าสกัดออกไปอย่างน่าเสียดาย

เจ้าบ้านยังครองบอลบุกอยู่ฝ่ายเดียวอย่างต่อเนื่อง โดยกองกลางช่วยกันบีบพื้นที่แย่งบอลกลับมาครองได้อย่างรวดเร็วทุกครั้งจนสวอนซีแทบไม่ได้ทำเกมเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ก็มีเพียงจังหวะเฉียดไปมาหน้าประตูของทีมเยือนที่ลงไปรับลึกในแดนตัวเอง ผ่านไปครึ่งชั่วโมงสกอร์ยังเหมือนเดิม

ช่วงท้ายเป็นสวอนซีที่เริ่มครองเกมและต่อบอลเข้าสู้กับเจ้าบ้านได้ดีขึ้น มีโอกาสเปิดบอลจากด้านข้างเข้ามาได้ลุ้นพอสมควร แต่ก็ไม่มีจังหวะเข้าทำที่ชัดเจนกันทั้งสองฝ่าย หมดครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลังเริ่มต้นโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นของทั้งสองทีม เป็นสวอนซีที่ออกสตาร์ทได้ดีกว่า รักษาโมเมนตั้มในท้ายครึ่งแรกเอาไว้ได้ การต่อบอลดูมั่นใจมากขึ้น กลายเป็นลิเวอร์พูลที่ออกอาการตื้อในเกมรุก

นาทีที่ 52 ไอบ์ได้บอลทางฝั่งซ้ายเลี้ยงตัดเข้าในก่อนซัดด้วยเท้าขวา บอลพุ่งเรียดกำลังจะเสียบเสาแรก แต่ฟาเบียนสกี้ ผู้รักษาประตูของหงส์ขาวล้มตัวปัดออกไปได้

ลิเวอร์พูลมาได้ลูกจุดโทษในนาทีที่ 62 จากจังหวะที่จอร์ดอน ไอบ์เบิดบอลตรงนอกกรอบเขตโทษทางด้านขวา บอลไปโดนแขนของนีล เทย์เลอร์ ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษของเจ้าบ้านก่อนเจมส์ มิลเนอร์จะซัดเข้าไปกลางประตู หงส์แดงขึ้นนำแล้ว 1-0

กัปตันทีมตัวจริงมาแล้ว นาทีที่ 64 คล็อปป์เปลี่ยนตัวโดยส่งจอร์แดน เฮ็นเดอร์สันที่เจ็บไปนานลงมาเล่นแทนโรแบร์โต้ เฟร์มิโน่ที่วันนี้เล่นไม่ออก มิลเนอร์รู้งานส่งปลอกแขนคืนให้เฮ็นโด้ทันที

นาทีที่ 70 ช่วงเวลาที่แฟนหงส์แดงรอคอยมานานสิ้นสุดลง ลิเวอร์พูลเปลี่ยนตัวคนที่ 2 เอาแดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ศูนย์หน้าที่สลัดอาการบาดเจ็บเรื้อรังได้สำเร็จลงมาแทนเบ็นเตเก้

ทีมเยือนมีการขยับบ้าง แกร์รี่ มังค์ส่งเจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่ลงมาแทนเวย์น เราท์เรจด์ในนาทีที่ 72 เพื่อทำเกมในแดนหน้าร่วมกับบาเฟติมบี้ โกมิสที่ได้รับโอกาสแทนเอแดร์เช่นกัน

เข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้ายเกมส่วนใหญ่ตกเป็นของทางฝั่งทีมเยือนที่เร่งทำเกมรุกเข้าใส่หวังเอาประตูคืน รวมถึงโอกาสจากลูกเตะมุมหลายครั้งหลายคราจนทำเอาแนวรับเจ้าบ้านออกอาการรนลานในหลายๆ จังหวะ แต่ก็ไม่สามรถทวงสกอร์คืนได้ จบเกมลิเวอร์พูลเฉือนเอาชนะสวอนซีแบบหืดขึ้นคอ 1 ประตูต่อ 0 เก็บเพิ่มเป็น 25 คะแนน ขยับพุ่งขึ้นสามอันดับรวดมาอยู่ที่ 6 ของตารางตามหลังสเปอร์สอยู่แค่ 2 แต้มและห่างจากแมน ซิตี้จ่าฝูง 6 คะแนน