Stories

ไม่แน่จริงอย่าแตะ : 10 นักเตะที่สืบทอดเบอร์ตำนาน แต่ฟอร์มกลับดับซะงั้น

มาเรียโน่ ดิอาส เพิ่งจะย้ายกลับมาอยู่กับเรอัล มาดริด อีกครั้ง พร้อมกับได้สืบทอดเสื้อหมายเลข 7 จากคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสร และการสวมเสื้อต่อจากตำนานนักเตะของทีมย่อมสร้างความกดดันให้ จนเขาอาจจะเล่นไม่ออกได้ ซึ่งเขาต้องระวังไว้ และนี่ก็คือ 10 นักเตะ ที่สืบทอดเบอร์จากตำนานของทีมนั้นๆ และโชว์ผลงานที่ดีออกมาไม่ได้เลย

We are part of The Trust Project What is it?

ในบรรดาแข้งระดับตำนานชื่อดังบนโลกในนี้มักจะมีเบอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ที่แฟนๆ ลูกหนังสามารถบ่งบอกได้ทันทีว่าเขาคนนั้นคือใคร เช่น เปเล่, มาราโดน่า หรือ เมสซี่ ที่ใส่เบอร์ 10 หรือคงเป็นเรื่องยากที่จะเห็นอลัน เชียเรอร์ ไม่สวมเสื้อหมายเลข 9 และอีกมากมายหลายคน ผู้เล่นจะได้รับการจดจำจากแฟนบอลเป็นอย่างมาก และไม่มีทางลืมเลือนตัวเลขบนแผ่นหลังนี้ไปเด็ดขาด

แต่ทว่าในประวัติศาสตร์วงการลูกหนังก็มีผู้เล่นบางคนที่ได้สืบทอดเบอร์เสื้ออันเป็นตำนานจากสโมสรนั้น แต่ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามมากเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถอยู่ฟอร์มการเล่นที่ดีหรือทำผลงานที่เข้าตาแฟนบอลเลย ทำให้มีการเปรียบเทียบกับผู้เล่นคนก่อนที่เคยใส่เบอร์นี้อยู่เสมอ จนนี่อาจจะสร้างความกดดันให้ผู้เล่นจนต้องย้ายไปสวมเสื้อเบอร์อื่นเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นก็เป็นได้

ทาง FFT จึงขออาสาพาไปดู 10 นักเตะที่สืบทอดเบอร์ตำนาน แต่กลับล้มเหลวไม่เป็นท่า

1. เบอร์ 6 ของอาร์เซน่อล - ฟิลิปป์ เซนเดอรอส

เบอร์ของเธียร์รี่ อองรี, เดนนิส เบิร์กแคมป์ และ เอียน ไรท์ เป็นที่รู้จักและนิยมเป็นอย่างมากๆ แต่เทียบไม่ได้กับเบอร์ 6 ของอาร์เซน่อล ซึ่งเป็นเบอร์ของกับตันทีมตัวจริง

อาร์เซน เวนเกอร์อาจจะเป็นหนี้โทนี่ อดัมส์ ในการเข้ามาเป็นเปลี่ยนแปลงวิถีทางของฟุตบอลในอังกฤษ แต่บางทีอดัมส์ก็ควรจะขอบคุณตัวกุนซือเลือดน้ำหอมเช่นกัน เพราะเวนเกอร์คือคนที่เปลี่ยนแปลงหลายสิ่งอย่างภายในทีม และช่วยยืดอาชีพการแข้งของอดัมส์ได้ยาวนานขึ้นกว่าเก่าและทำได้อย่างยอดเยี่ยม

ปราการหลังสไตล์โบราณผู้นี้มุ่งมั่นและเต็มร้อยตลอด 14 ปีที่อยู่อาร์เซน่อล ก่อนอดัมส์จะแขวนสตั๊ดในปี 2002 ทำให้เบอร์ 6 ถูกเว้นวางไว้ จนกระทั่งการเข้ามาของฟิลิปป์ เซนเดอรอส ในปี 2002 ตลอด 6 ปีที่อยู่กับอาร์เซน่อล แต่ว่าเขาลงเล่นแค่ 84 เกมเท่านั้น  เนื่องจากประสบปัญหาอาการบาดเจ็บและฟอร์มที่ตกลงอย่างต่อเนื่อง

การคว้าเซนเดอรอสคือหนึ่งในความล้มเหลวของปืนใหญ่ โดยถูกปล่อยยืมให้กับเอซี มิลาน และ เอฟเวอร์ตัน กอนจะถูกขายขาดให้กับฟูแล่มในปี 2010

2. เบอร์ 7 ของแมนฯ ยูไนเต็ด - อังเคล ดิ มาเรีย

นักเตะระดับท็อปของปีศาจแดงมักจะได้สวมเสื้อหมายเลข 7 ในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด ไม่ว่าจะเป็นจอร์จ เบสต์, เอริค คันโตน่า, เดวิค เบ็คแฮม และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ต่างได้รับเกียรติให้ใส่เสื้อเบอร์นี้ และโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในสีเสื้อปีศาจแดง

น่าเสียดายที่บรรดาแข้งดังที่มีชื่อเสียงไม่สามารถสร้างชื่อเสียง และฟอร์มการเล่นที่เปล่งปรั่งเหมือนเช่นในครั้งก่อนๆ

การคว้าตัวผู้เล่นหน้าใหม่อย่างอังเคล ดิ มาเรีย มาสวมเสื้อเบอร์ 7 ในยุดของหลุยส์ ฟาน กัล เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ทว่ากุนซือจอมจดกลับให้ปีกร่างผอมไปเล่นในตำแหน่งที่ไม่ถนัด และนี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปีกชาวอาร์เจนไตน์มีฟอร์มการเล่นที่ตกลงอย่างน่าใจหาย

หลังจบฤดูกาล 2014-15 เขาทำประตูแค่ 4 ลูกจาก 32 นัด ที่ลงเล่นให้แมนฯ ยู และด้วยการเล่นที่ไม่คุ้มค่ากับเงิน 59.7 ล้านปอนด์เลย ทำให้ทัพปีศาจแดงต้องจำใจขายให้เปแอสเชอย่างขาดทุนในเวลาต่อมา

3. เบอร์ 9 ของลิเวอร์พูล - ริคกี้ แลมเบิร์ต

แบรนแดน ร็อดเจอร์ส ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหลังไปคว้ากองหน้าสไตล์โบราณอย่าง ริคกี้ แลมเบิร์ต จากเซาธ์แฮมป์ตัน และด้วยข้อจำกัดของแผ่นการเล่นบวกกับเวลาของร็อดเจอร์ส ทำให้ฟอร์มของแลมเบิร์ตไม่ดีอย่างที่ใครหลายคนคาดหวังไว้ ส่วนเรื่องการยิงประตูก็เลิกพูดได้เลย เพราะริคกี้ทำได้น้อยมากๆ

และเมื่อย้อนกลับไปหากองหน้าเจ้าของเบอร์ 9 คนเก่าอย่างเฟอร์นานโด ตอร์เรส มันช่างแตกต่างกันซะเหลือเกิน แม้จะจากกันไม่สวยเท่าไหร่ แต่ตอร์เรสก็รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในหัวหอกที่ดีอันดับต้นๆ ในประวัติศาตร์ของทีม อาจจะดีที่สุดด้วยซ้ำ เพราะแม้แต่ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ และไม่เคิ่ล โอเว่น ต้องใช้เวลามากกว่า 72 นัดในการทำประตู 50 ลูก แต่เจ้าของฉายา 'เอล นินโญ่' นั้นทำได้

การเคลื่อนที่, การเชื่อมเกม และการจบสกอร์ ทุกอย่างที่กล่าวมา ตอร์เรสทำได้ยอดเยี่ยมตลอดการลงเล่นที่ในถิ่นแอนฟิลด์ แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายเช่นกันที่ริคกี้ แลมเบิร์ต ไม่ได้รับโอกาสในทีมมากพอ ไม่เหมือนที่อดีตกองหน้าทีมชาติสเปนเคยได้รับ

4. เบอร์ 18 ของเรอัล มาดริด - ฌูเลียง โฟแบร์

ไอตอร์ การันก้าประสบความสำเร็จมากๆ ในการค้าแข้ง และในด้านการคุมทีมก็ดูพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ หลังได้คุมทีม 'เจ้าป่า' น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ในตอนนี้

ย้อนกลับไปสมัยที่ค้าแข้งกับทีม โลส บลังโกส เจ้าของเบอร์ 18 สร้างชื่อให้คนทั่วโลกได้รู้จักในปี 1997 และเป็นผู้เล่นคนสำคัญในการคว้าแชมป์ยุโรป 3 สมัย, ลา ลีก้า 1 สมัย, อินเตอร์คอนติเนนตัล คัพ และซุปเปอร์ เดอ เอสปาน่า 2 สมัย ตลอดอาชีพการค้าแข้งในสีเสื้อราชันชุดขาว เคียงข้างกับเฟอร์นันโด เอียร์โร่ และ อิบัน เอลเกร่า

แต่ไม่ใช่กับชูเลียง โฟแบร์ ที่ย้ายมาจากเวสต์แฮม นักเตะที่แม้แต่อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ยังไม่รู้จัก และใครหลายคนก็พอจะเข้าใจว่า นักเตะจากเวสต์แฮมมีคุณภาพไม่เพียงพอกับทีมจากสเปนทีมนี้

โฟแบร์ประเดิมสนามนัดแรกกับราซิ่ง ในเดือนกุมภาพันธ์ 2009 และได้ลงเล่นกับทีมอีกแค่ 1นัดหลังจากนั้น แต่การลงสนามอันน้อยนิดนี้คงไม่น่าอับอายเท่ากับการที่เขาขาดซ้อมเพราะคิดว่าวันนั้นเป็นวันหยุด และการนั่งหลับในม้านั่งสำรองตอนเจอกับบียาร์เรอัลหรอก

5. เบอร์ 21 ของบาร์เซโลน่า - อเล็กซานเดอร์ เคล็บ

ไม่ได้มีแค่เบอร์ 1-11 ที่เป็นที่จดจำในสโมสรหรอกนะ และในบาร์เซโลน่าก็เช่นกัน หลุยส์ เอนริเก้สวมเสื้อหมายเลข 21 สมัยที่ค้าแข้งในถิ่นคัมป์ นู ไม่มีใครที่เล่นได้อย่างจริงจังและมุ่งมั่นเท่ากับที่เอ็นริเก้เคยทำ และการเล่นแบบนี้ทำให้ได้ใจแฟนบาร์ซ่าไปเต็มๆ หลังจากย้ายข้ามฝากจากทีมอริ อย่างเรอัล มาดริดมา

แม้แต่นักเตะที่เก่งกาจและมีทักษะยอดเยี่ยมจากอาร์เซน่อล อเล็กซานเดอร์ เคล็บ ก็ไม่สามารถทำได้อย่างที่โค้ชทีมชาติสเปนเคยทำได้ หนักไปกว่านั้นทักษะอันยอดเยี่ยมสมัยค้าแข้งในลอนดอนนั้นเหมือนเขาจะลิมนำมันมาที่คัมป์ นูด้วย

เจ้าของหมายเลข21 คนใหม่ช่างแตกต่างกับเอนริเก้ราวฟ้ากับดิน ทำไมฟอร์มการเล่นของเขาถึงตกลงไปนั้นยังคงเป็นเรื่องลึกลับต่อไป แต่น่าแปลกใจมากๆหากนึกย้อนไปในสมัยที่เปป กวาร์ดิโอล่ายังคงคุมเจ้าบุญทุ่มอยู่ เพราะเคล็บไม่มีอะไรให้น่าจดจำในช่วงที่ทีมประสบความสำเร็จเลย