มาร์คัส แรชฟอร์ด..ชายผู้กุมชะตาตัวเองและรากเหง้าอันงดงามของ ‘ปีศาจแดง’

Alex Hess คอลัมนิสต์ต่างประเทศของเรา คิดว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด จะได้รับโอกาสลงเล่นเล่นกับ แมนฯยูไนเต็ด ต่อไป ทว่าการใช้เงินระดับบ้าคลั่งของทีมดังแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ อาจจะทำให้พัฒนาการและอนาคตของดาวยิงลูกหม้อไม่เป็นไปตามสมควรเช่นกัน...

ตอนนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังตั้งใจทวงความเป็นเบอร์ 1 ของอังกฤษ มันจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่หน้าร้อนนี้ เราได้เห็นกุนซือและศูนย์หน้าที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลกตบเท้าเข้าสู่ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

โดย “ปีศาจแดง” มีเหตุผลด้านฟุตบอลสำหรับการเซ็นสัญญา โชเซ่ มูรินโญ่ กับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช แต่เราก็มั่นใจได้เช่นกันว่า มันก็มีปัจจัยอื่นอยู่เหมือนกันที่ทำให้ พวกเขายอมจ่ายเงินค่าจ้างมหาศาลให้ทั้งสองคน

คำถามก็คือ หลังจากที่พวกเขาทำตัวเป็นเจ้าบุญทุ่มแล้ว รากเหง้าและขนบธรรมเนียมของทีมที่ให้โอกาสเด็กท้องถิ่นเสมอ จะเป็นอย่างไรต่อไป? ทุกอย่างจะเหมือนเดิมหรือไม่?

แฟนๆชาวไทยเชิญหาคำตอบได้ที่นี่…

เงินไหลมาเทมา

ปี 2016 ถือว่าเป็นปีที่น่าสนใจของ  “ปีศาจแดง” เป็นอย่างยิ่ง เพราะสัญญาเชิงพาณิชย์มีผลต่อรายได้หลักของยูไนเต็ดอย่างมาก ซึ่งนั่นทำให้พวกเขามีเงินมหาศาลในการซื้อตัวแข้งดังๆมาร่วมทีม

ตลอดหลายปีมานี้ ทีมดังแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ สามารถดึงดูด สปอนเซอร์และการเป็นพันธมิตรจากผลิตภัณฑ์ทั่วโลกได้มากมาย ซึ่งเหตุที่ทำให้พวกเขามีเงินมหาศาลมาโดยตลอด ก็เพราะว่า ผลงานอันยอดเยี่ยม

อย่างไรก็ตาม หลังจากหมดยุคของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แมนฯยูไนเต็ด ก็ไม่ใช่ แมนฯยูไนเต็ด ที่เรารู้จักกันอีกต่อไป และนั่นทำให้พวกเขาหันมาใช้ทางหลัก อย่างการดึงซุปเปอร์สตาร์ของวงการลูกหนังมาประดับทีม

เพราะยิ่ง แมนฯยูไนเต็ด มีชื่อเสียงมากเท่าไร ก็ยิ่งมีคนติดตามพวกเขามากขึ้นเท่านั้ หรือ ยิ่งนักเตะเป็นที่พูดถึงบนโซเชียลมีเดีย ก็ยิ่งทำให้สโมสรเป็นที่สนใจและทำเงินได้มากขึ้นเท่านั้น

ซึ่งเราต้องทำความเข้าใจว่า เจ้าของสโมสรคือนักหาเงิน ไม่ใช่นักสะสมถ้วยรางวัล

นั่นเป็นเหตุให้ “ปีศาจแดง” คว้าตัวทั้ง มูรินโญ่ และ “เดอะ ซลาตัน” ทั้งยังกล้ายื่นข้อเสนอซื้อเด็กอายุ 23 ปี ที่พวกเขาเคยปล่อยไปฟรีๆด้วยค่าตัวเกินร้อยล้านปอนด์ ซึ่งนี่ขัดกับวัฒนธรรมและขนบของเจ้าของแชมป์มากที่สุดแห่งเกาะอังกฤษมาโดยตลอด

ฤาว่า “ยูไนเต็ด” กำลังเดินตามรอย “กาลาคติกอส” ของ เรอัล มาดริด?

และถ้าเป็นแบบนั้นจริง วิถีและการสร้างเด็กท้องถิ่นขึ้นมา จะเป็นอย่างไรต่อไป? “ปีศาจแดง” จะสูญเสียประวัติและสเน่ห์อันดีงามหรือไม่?

ทั้งหมดน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง…

รากเหง้าแห่งความภาคภูมิ

“วันนี้พวกเขามีความหวังใหม่นามว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด เกิดขึ้น ซึ่งหลายคนเชื่อว่า นี่คือดาวดวงใหม่แห่งวงการฟุตบอลผู้ดีเลยทีเดียว"

ในช่วง 20 ปีมานี้ ความภาคภูมิใจในทีมเยาวชนของ แมนฯยูไนเต็ด อาจจะลดลงไปบ้าง เมื่อพวกเขาไม่สามารถสร้างสตาร์ดังขึ้นมาประดับทีมได้เหมือนที่ ไรอัน กิ๊กส์, พอล สโคล์ส, เดวิด เบ็คแฮม, นิคกี้ บัตต์ หรือ สองพี่น้องเนวิลล์ เคยทำได้

อย่างไรก็ตาม “ปีศาจแดง” พยายามผลักดันนักเตะดาวรุ่งทุกยุคทุกสมัยขึ้นมาเรื่อยๆ

จาก เวส บราวน์, จอห์น โอเชีย, ลุค แช็ควิค, คีแรน ริชาร์ดสัน มาจนถึงรุ่นหลังๆอย่าง แดนนี่ เวลเบ็ค และ ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

ทว่า วันนี้พวกเขามีความหวังใหม่นามว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด เกิดขึ้น ซึ่งหลายคนเชื่อว่า นี่คือดาวดวงใหม่แห่งวงการฟุตบอลผู้ดีเลยทีเดียว

ซึ่งด้วยฟอร์มการเล่นและผลงานที่ผ่านมา ทำให้เราพูดแบบนั้นได้อย่างไม่ต้องขัดเขิน ทว่า คำถามก็คือ การมาของ ซลาตัน จะทำให้อนาคตของ แรชฟอร์ด สั่นคลอนหรือไม่?

“พวกเราจะยังคงรักษาธรรมเนียมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อไป เราจะดันดาวรุ่งพรสวรรค์ขึ้นมาเรื่อยๆ” เอ็ด วู้ดเวิร์ด กล่าวตั้งแต่งานเลี้ยงก่อนจบซีซั่น

ขณะเดียวกันเรื่องนอกสนามก็สำคัญเช่นกัน โดย ริชาร์ด อาร์โนลด์ ผู้อำนวยการด้านการจัดการของ “ยูไนเต็ด” ก็ยังเชื่อว่า ทีมจะยังรักษาสถานะสโมสรที่มีแฟนบอลติดตามมากที่สุดในโลกได้

“ชื่อของพระสันตะปาปาคนใหม่ถูกประกาศในวันเดียวกับที่ท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันประกาศยุติบทบาทผู้จัดการทีม แต่ว่าเรื่องของพวกเราคืออันดับ 1 ใน ทวิตเตอร์” อาร์โนลด์ อธิบาย

Marcus Rashford, FA Cup final

แจ้งเกิดแบบสุดๆในไม่กี่เดือนแรกกับ “ปีศาจแดง”

“เราติดต่อกับแฟนๆทั่วโลกประมาณ 120 ล้านคน” มือขวาของ ลอร์ดเอ็ด กล่าวต่อ “60 ล้านจากเฟสบุ๊ค และค่าเฉลี่ย 264 ครั้งต่อนาทีในการทวิตถึงพวกเรา บ่งบอกทุกอย่างได้ดีที่สุด เราพยายามโพสทุกอย่างให้พวกเขาได้ติดตามเรา”

เก่งจริงย่อมมีโอกาส

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับทุกวันนี้ ทีมดังแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ กำลังกินบุญเก่าตั้งแต่สมัยที่พวกเขายังยิ่งใหญ่อยู่ และนั่นทำให้ทีมบริหารจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้สโมสรกลับไปสู่ในจุดที่คุ้นเคยมาโดยตลอด

นั่นคือสาเหตุการมาของ มูรินโญ่ ผู้ประสบความสำเร็จทุกที่ในการคุมทัพ เช่นเดียวกับ ซลาตัน ที่คว้าแชมป์มานับไม่ถ้วนในชีวิต

ส่วนอนาคตของบรรดาดาวรุ่งก็ต้องลุ้นกันต่อไป เพราะจากประวัติการคุมทีมของ มูรินโญ่ นั้น มักไม่ค่อยมีใครได้ดีเท่าไร เพราะว่าที่ผ่านมา กุนซือชาวโปรตุกีส มักจะเน้นที่ชัยชนะเป็นอันดับแรก ดังนั้นเขาจะทำทุกวิถีทางให้ทีมคว้าชัย และนั่นทำให้ มูรินโญ่ พยายามขจัดความเสี่ยงทั้งหมดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งนั่นหมายถึงการใช้บริการแข้งที่มีประสบการณ์สูงกว่า

“กองหน้าทีมชาติอังกฤษ มีความเร็ว ทักษะ ความมั่นใจ การยิงประตูที่ดี ฯลฯ ซึ่งจะว่าไปหากเทียบฟอร์ม ณ ตอนนี้ แล้วละก็ แรชฟอร์ด ดูดีกว่าทั้งรุ่นพี่อย่าง รูนี่ย์ หรือ เดปาย ด้วยซ้ำ

ทว่า หาก แรชฟอร์ด สามารถพิสูจน์ให้ “น้ามู” เห็นว่า อายุของเขาไม่ส่งผลต่อฟอร์มการเล่นหรือเป็นอุปสรรคให้แก่ทีม รับรองว่า ดาวยิงวัย 18 ปี ก็จะได้โอกาสแน่นอน เพราะจากผลงานที่ผ่านมา ทำให้เรารู้ว่า เจ้าหนูแรชฟอร์ด ไม่ใช่เด็กธรรมดา

โดย กองหน้าทีมชาติอังกฤษ มีความเร็ว ทักษะ ความมั่นใจ การยิงประตูที่ดี ฯลฯ ซึ่งจะว่าไปหากเทียบฟอร์ม ณ ตอนนี้ แล้วละก็ แรชฟอร์ด ดูดีกว่าทั้งรุ่นพี่อย่าง เวย์น รูนี่ย์ หรือ เมมฟิส เดปาย ด้วยซ้ำ

นักบอลซุป’ตาร์

ปัญหาต่อไปที่ แรชฟอร์ด ต้องเจอก็คือ การรักษามาตราฐานในการเล่นให้ต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เขาเป็นเหมือนพลุในอากาศดั่ง เฟเดริโก้ มาเคด้า หรือ อั๊ดนาน ยานูไซจ์ อีกทั้งถ้าให้ดีแล้วละก็ แรชฟอร์ด ต้องเพิ่มออร่าความเป็นสตาร์ในตัวเองเข้าไปอีก เพื่อให้ทีมสามารถใช้เขาเป็นจุดขายในการทำการตลาดได้ ซึ่งนั่นจะทำให้อนาคตใน โอลด์ แทร็ดฟอร์ด ของเขามีราศีขึ้นเยอะ

เหมือนที่ เนย์มาร์ แห่ง บาร์เซโลน่า มี(และนั่นทำให้ “ยูไนเต็ด” กล้าทุ่มเงินหลักร้อยล้านปอนด์เพื่อซื้อชื่อของ หัวหอกกัปตันทีมชาติบราซิล)

David Beckham, Victoria Beckham

พี่เบ็ค คือ ต้นแบบของนักฟุตบอลที่ดีและดังของจริง

และนั่นอาจจะเป็นปัญหาใหญ่ของ แรชฟอร์ด มากกว่า ฝีเท้าในสนาม ก็เป็นได้ เพราะด้วยความสามารถของ ดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษ จะทำให้เขาเป็นนักฟุตบอลที่เก่งกาจได้สบายๆ

ทว่า “ความเป็นซุป’ตาร์” ละ? ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำแบบนั้นได้

ลองมองดูรุ่นพี่อย่าง เดวิด เบ็คแฮม ที่เขามีอะไรคล้ายๆกัน คือ ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ด้วยฝีเท้ายอดเยี่ยม ก่อนผลักดันตัวเป็นดาราลูกหนังรุ่นบุกเบิก(และยังคงเป็นจนถึงปัจจุบัน) ซึ่งที่ผ่านมา แบรนด์ของ เบ็คแฮม สร้างมูลค่ามหาศาลให้ แมนฯยูไนเต็ด มานัดต่อนัด

และมันจะเหมือนที่ ซลาตัน ย้ายเข้ามาเพื่อความแข็งแกร่งทางการตลาดให้กับ “ปีศาจแดง” นั่นเอง(ย้ำอีกครั้งว่า นอกเหนือจากเหตุผลด้านฟุตบอล)

ดังนั้น ต่อจากนี้ นี่จะเป็นก้าวย่างที่สุดท้าทายสำหรับ แรชฟอร์ด

ทั้งยังหมายถึงอนาคตแห่งรากเหง้าทางวัฒนธรรมของ แมนฯยูไนเต็ด อีกด้วย

เพราะไม่รู้ว่าหมดจากเขาไปแล้ว “ยูไนเต็ด” จะให้โอกาสดาวรุ่งคนต่อไปอีกมากน้อยแค่ไหนเหมือนกัน

เวลาให้คำตอบ

หรือบางทีเราอาจจะคิดมากกันจนเกินไป

และ แรชฟอร์ด ก็อาจจะไม่ต้องทำอะไรอย่างที่ว่าเลยก็ได้ แค่ขอให้เขาทำผลงานในสนามให้ดีและทุ่มเทเต็มที่ก็พอ

เพียงแต่ว่า นั่นก็จะทำให้ แรชฟอร์ด เป็นได้แค่นักฟุตบอลที่ “ดี” ไม่ใช่ นักฟุตบอลที่ “ดัง” เท่านั้น

ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เรื่องนี้จะเพียงพอที่จะสร้างมูลค่าทางการตลาดให้ แมนฯยูไนเต็ด ได้เพิ่มขึ้นหรือไม่?

และในมุมกลับกัน ไม่แน่เหมือนกันว่า เพราะความต้องการหารายได้ของ “ปีศาจแดง” ก็อาจจะทำให้เขาต้องสูญเสียรากเหง้าและสเน่ห์ของทีมไปเหมือนกัน

ซึ่งอีกไม่นาน มาร์คัส แรชฟอร์ด จะทำให้เราเห็นอะไรมากขึ้น...