ที่สุดแห่งพรีเมียร์ลีกประจำสัปดาห์แรก : คูตินโญ่, ชาคิรี่ และฮัลล์ ซิตี้

พบกับตอนแรกของซีรี่ส์ใหม่ของโฟร์โฟร์ทู ที่จะมาให้ข้อมูลดาวเด่นจากในนัดเปิดสนามของพรีเมียร์ลีกแบบเจาะลึก...

ทีมฟอร์มเด็ดประจำสัปดาห์– ฮัลล์ ซิตี้  (vs เลสเตอร์ ซิตี้)

ความยอดเยี่ยมของฟอร์มนั้นมีสองแบบ หนึ่งคือความยอดเยี่ยมที่เกิดจากการเล่นได้ตามแทคติก ส่วนอีกอย่างก็คือความยอดเยี่ยมที่เกิดจากบริบทหลายอย่างรวมกัน และฮัลล์ ซิตี้ ก็เป็นแบบหลัง 

การที่มีนักเตะใหม่เข้ามาแค่คนเดียวในช่วงปิดฤดูกาลจนถึงตอนนี้แสดงให้เห็นถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับสโมสร เก้าอี้อันว่างเปล่าที่เวมบลีย์ในนัดชิงชนะเลิศเพลย์ออฟก็เป็นตัวบอกอย่างดีถึงวิกฤติศรัทธาของแฟนบอลที่มีต่อเจ้าของทีม ฮัลล์ได้มาถึงจุดที่แฟนบอลทุกคนกลัว เมื่อสโมสรแยกขาดจากชุมชนโดยสิ้นเชิงจนไม่ได้รู้สึกว่าเป็นความสำคัญอันดับแรกอีกต่อไป

 ซึ่งแถลงการณ์จากกลุ่มแฟนคลับได้ระบุว่า "ไม่มีการสื่อสาร,​ ไม่มีผู้จัดการทีม, ไม่มีความผูกพันธ์,​ ไม่มีการเซ็นสัญญา, ไม่มีเอกลักษณ์, ไม่มีการยอมให้, ไม่มีความซื่อสัตย์" โดยจุดนี้ทุกสโมสรควรจะมาให้ความสนใจอย่างจริงจัง

จากการที่ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกมักจะมีการตัดสินเกมกันด้วยความแตกต่างเพียงแค่นิดเดียว นั่นคือเหตุผลว่าทำไม ท้ายที่สุดแล้วปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลเหล่านี้จึงส่งผลมาถึงในสนามด้วย ยังจำกันได้ดีถึงพลุแฟร์ที่ถูกโยนลงมาในสนามระหว่างเกมที่โครเอเชียพบกับสาธารณรัฐเช็กในศึกฟุตบอลยูโรได้ไหม? นั่นทำให้นักเตะถึงกับหมดอารมณ์ที่จะเล่นต่อกันเลยทีเดียว

Hull manager Mike Phelan celebrates

ฟีแลนฉลองกับชัยชนะที่ยิ่งใหญ่

และเมื่อการขาดแคลนขุมกำลังมาผนวกกับการที่ยังหาผู้จัดการทีมเข้ามากุมบังเหียนอย่างถาวรไม่ได้ แถมยังมีการประท้วงจากแฟนบอลเข้ามามีเอี่ยวด้วยอีก ยิ่งทำให้ฮัลล์ไม่น่าจะต่อกรกับแชมป์เก่าได้เลย นอกจากนี้ ไมค์ ฟีแลน ยังยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าทีมของเขาตอนนี้ไม่พร้อมสำหรับชีวิตในพรีเมียร์ลีกเอาเสียเลย นั่นดูเหมือนว่าจะสิ้นหวังมากขึ้นไปอีก

ถึงฮัลล์จะไม่ได้วูบวาบและมีอะไรน่าพูดถึงนอกไปจากลูกจักรยานกลางอากาศ แถมชัยชนะของลิเวอร์พูลที่มีต่ออาร์เซนอลนั้นดูจะเป็นที่น่าจดจำมากกว่า แต่ความใจสู้ของพวกเขาต่างหากคือสิ่งที่น่าชื่นชม

แม้ฟุตบอลสมัยใหม่ดูจะไร้ความปราณีจนทำให้บ่อยครั้งแฟนบอลพบว่าพวกเขาและทีมรักไม่สามารถทำอะไรกับอำนาจของเจ้าของสโมสรได้ แต่อย่างน้อยก็ถือเป็นเรื่องดีที่ได้รู้ว่ายังมีทีมที่ไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา ถึงมันอาจจะยืนระยะอยู่ได้แค่ช่วงสั้นๆก็ตาม

ประตูประจำสัปดาห์ – เซอร์ดาน ชาคิรี่

ประตูจากลูกเซ็ตพีซมักจะไม่ค่อยมีใครจดจำนัก เพราะคนมักจะโทษผู้รักษาประตูที่ยืนผิดตำแหน่งเป็นอันดับแรก จากนั้นก็เป็นการยืนตำแหน่งของกำแพง และการ "โกง" ระยะฟรีคิก

ซึ่งลูกฟรีคิกของ เซอร์ดาน ชาคิรี่ ที่ยิงผ่านมือ บิคตอร์ บัลเดส ก็ไม่พ้นคำครหานี้เช่นกัน แม้การตั้งแง่เหล่านั้นจะไม่ค่อยผิดนัก แต่พวกเขาดูจะเป็นคนซีเรียสมากไปหน่อย จนมองข้ามความสวยงามของมันที่โค้งหนีมือนายด่านชาวสแปนิชเสียบเสาไกลไปอย่างหมดจด เช่นเดียวกับความซับซ้อนในด้านการยืนตำแหน่ง

ที่จริงในสถานการณ์เหล่านี้ผู้รักษาประตูต้องโกงระยะ เนื่องจากกำแพงนั้นสร้างอุปสรรคในการมองเห็น มันเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาที่จะตามวิถีบอลได้อย่างถูกต้องในระยะไม่ถึง 25 หลา เพราะมองไม่เห็นว่าบอลถูกเตะไปไหนทิศทางไหนจนกว่าจะข้ามกำแพงมาแล้ว แต่ก็ต้องตอบสนองในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งบัลเดสเองก็รู้เรื่องนี้และตอบสนองได้ดีทีเดียวกับลูกฟรีคิกของชาคิรี่จากตำแหน่งนั้น

ในช่วงหลายวันก่อนหน้า ทีมโค้ชของมิดเดิ้ลสโบรช์ได้สละเวลามากพอสมควรทีเดียวในการเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นรวมถึงลูกฟรีคิกด้วย โดยชาคิรี่นั้นชอบที่จะยิงไปทางเสาใกล้แต่ก็ยังคาดเดาได้ยากอยู่ดี และเกมเมื่อวันอาทิตย์ก็มีตัวอย่างว่าทำไมผู้รักษาประตูถึงต้องแบกรับความเสี่ยง

เมื่อ ปีเตอร์ เช็ก มีอันต้องยอมแพ้ให้กับลูกฟรีคิกของ ฟิลิปป์ คูตินโญ่ ซึ่งถ้าว่ากันตามดีกรีความยากของเกมมันเทียบกันไม่ได้อยู่แล้ว

แต่ถ้าตัดความแม่นยำทั้งหมดออกไป แล้วอ้างอิงตามที่ชาคิรี่ให้สัมภาษณ์กับทางสโมสรว่ามองเห็นบัลเดสกำลังจะขยับไปทางเสาใกล้เลยตัดสินใจยิงดัดหลังนั้น

ไม่ว่าเขาจะพูดจริงหรือเป็นเพราะอธิบายเป็นภาษาอังกฤษไม่เก่ง ก็ต้องยอมรับว่าประตูของเจ้าตัวนั้นแสดงให้เห็นถึงความสามารถเฉพาะตัวอย่างแท้จริง ซึ่งก็คล้ายๆกับตอนดวลจุดโทษที่ดูกันในเสี้ยววินาทีว่าจะขยับไปทางไหน แต่เปลี่ยนมาเป็นฟรีคิกแทน

ความกว้างของกำแพงและการยืนตำแหน่งที่ดีคืออาวุธของผู้รักษาประตู ส่วนมุมยิงและภาษากายเป็นของคนยิง มันก็เหมือนกับเกมหมากรุกที่หนนี้ชาคิรี่ชนะบัลเดส

แน่นอนว่าประตูของ ซาดิโอ มาเน่ ที่ลากผ่านกองหลังของอาร์เซนอลเข้าไปยิงจะสวยเช่นกันกับฟรีคิกของคูตินโญ่ แต่ประตูของชาคิรี่นั้นสุดที่จะบรรยายจริงๆ แถมยังเป็นการล่อหลอกคู่ต่อสู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นช็อตสต็อปเปอร์ระดับเวิลด์คลาสแบบหน้าด้านๆอีกด้วย

Liverpool celebrate beating Arsenal

นักเตะลิเวอร์พูลได้เฮกันเต็มคราบที่เอมิเรตส์

นักเตะยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ – ฟิลิปป์ คูตินโญ่

จริงๆแล้วลิเวอร์พูลไม่ได้โชว์ฟอร์มสุดยอดอะไรมากมายเป็นพิเศษในเกมที่เอมิเรตส์ พวกเขามีช่องโหว่และเล่นไม่ค่อยแน่นอนนักในครึ่งแรก อีกทั้งยังรวนๆในช่วง 20 นาทีสุดท้าย แต่เป็นเพราะฟรีคิกของคูตินโญ่ที่เป็นตัวจุดประกายขึ้นมา

มีข้อสงสัยเกิดขึ้นรอบตัวของพ่อมดชาวบราซิเลียนเช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมของเขาว่าจะสามารถยืนระยะไปได้ยาวๆหรือไม่? แต่ข้อกังขานั้นคงต้องเก็บเอาไว้วันอื่นเพราะในสุดสัปดาห์นี้เขามีอิทธิพลต่อเกมมากกว่าใครๆในลีก เป็นนัดที่คูตินโญ่โชว์ฟอร์มได้สุดยอด

ขณะที่ลูกแรกแสดงถึงความเฉียบขาด ลูกที่สองก็ทำให้เราได้เห็นถึงการเคลื่อนที่ยามไม่มีบอลอันไหลลื่น และการจ่ายบอลของเขาก็ยอดเยี่ยมมากในเกมนี้

นักเตะที่มีเกมรุกดุดันมักจะรู้วิธีเอาชนะกองหลังที่แน่หนา และในวันที่ท็อปฟอร์มเจ้าตัวยังสามารถมองเห็นเพื่อนร่วมทีมที่อยู่รายล้อมได้เช่นกัน

มันทำให้เราได้เห็นถึงวิธีที่เขาวิ่งเข้าไปในพื้นที่ทำประตูเช่นเดียวกับการจ่ายบอลอันคมกริบในพื้นที่สุดท้าย

แม้สาเหตุส่วนหนึ่งที่คูตินโญ่ทำได้แบบนั้นเป็นเพราะกองหลังอาร์เซนอลเช่นเดียวกัน แต่การจ่ายบอลอันเหนือชั้นของเขาที่ให้ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ครอสไปยัง อดัม ลัลลาน่า นั้นต่อให้เป็นทีมอื่นก็กระอักเลือดเหมือนกัน

คำว่าเกเก้นเพรสซิ่งของ เจอร์เก้น คล็อปป์ กลายเป็นส่วนหนึ่งของพจนานุกรมลูกหนังเมืองผู้ดีไปแล้ว และทุกคนรู้ซึ้งกับมันเป็นอย่างดี แต่ขณะที่การขึ้นเกมเร็วคือพื้นฐานสำคัญ การเข้าทำอันไหลลื่นเด็ดขาดตามสไตล์คล็อปทำให้ระบบนี้มันได้ผล

หน่วยจู่โจมของเขาจะเจาะแนวรับอย่างรวดเร็ว และยังสามารถขึ้นเกมได้หลากหลายแล้วแต่สถานการณ์อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่,​ อดัม ลัลลาน่า, ซาดิโอ มาเน่ และไวจ์นัลดุมจะสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันสร้างความปวดหัวให้กับกองหลัง ซึ่งอาร์เซนอลก็เหมือนกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อฤดูกาลที่แล้วที่ไม่สามารถรับมือกับการเคลื่อนไหวได้เลย

และบางทีมันคงเหมาะกับคูตินโญ่มากที่สุด เนื่องจากเจ้าตัวมีอิสระในการเล่นจนผู้เล่นในเกมรับทั้ง 6 คนของ อาร์แซน เวงเกอร์ ได้แต่คว้าลม

เป็นบุคคลนิรนามใน 44 นาทีแรก ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวออกนาทีที่ 70 คูตินโญ่ใช้เวลานิดเดียวในการสร้างอิทธิพลต่อทั้งเกมจริงๆ...